“การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกที่สองทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป รุนแรงขึ้น”

“การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกที่สองทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป รุนแรงขึ้น”

๐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง จากความผิดหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐฯ รอบใหม่ก่อนการเลือกตั้ง เป็นไปได้ยาก ประกอบกับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกที่สองทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป รุนแรงขึ้น ขณะที่การทดลองวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของบริษัท Johnson & Johnson และ EliLilly & Co ในสหรัฐฯ หยุดชะงักลง หลังจากมีผู้เข้าทดสอบป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ เป็นปัจจัยที่เข้ามาสร้างความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาของวัคซีนที่อาจจะทำให้ออกมาใช้ได้ล่าช้ากว่าคาด และอาจกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกต่อไปถึงปีหน้า

๐ การเจรจาเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในสหรัฐฯ มีความคืบหน้ามากขึ้น แต่การอนุมัติก่อนการเลือกตั้งปธน. ยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีข้อขัดแย้งเรื่องวงเงินและรายละเอียดของมาตรการ หากการอนุมัติล่าช้าออกไปเป็นหลังการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งจะนับเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มการอนุมัติมาตรการ หากเป็นกรณีที่นาย Joe Biden ชนะการเลือกตั้ง และพรรค Democrat ครองเสียงข้างมาก การผ่านมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ตามที่พรรค Democrat ต้องการ จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น

๐ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ พลิกกลับมาหดตัว -0.6% MoM ในเดือน ก.ย. จากที่ขยายตัว 0.4% ในเดือนก่อน และสวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวต่อที่ 0.5% เนื่องจากปัจจัยกดดันทั้งภายในประเทศ เช่น การระบาดของ COVID-19 การอนุมัติสวัสดิการภาครัฐเพิ่มเติมที่ล่าช้า และการเลือกตั้งปธน. ที่ใกล้เข้ามา และภายนอกประเทศ คือ การฟื้นตัวของอุปสงค์ที่อาจแผ่วลงหลังหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการระบาดรอบสองของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นกว่าที่รอบแรก

๐ GDP ไตรมาส 3 ของจีน ขยายตัว 4.9% YoY เร่งตัวขึ้นจาก 3.2% ในไตรมาสก่อน แต่ต่ำกว่าตลาดคาด อย่างไรก็ดี ยังสะท้อนเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจาก COVID-19 ได้อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่มีปัญหาการแพร่ระบาดระลอกสองในระดับที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่นๆ โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นต่อในเดือน ก.ย. โดยเฉพาะการผลิตและการบริโภคที่ขยายตัวสูงกว่าคาด ขณะที่การลงทุนพลิกกลับมาขยายตัว

๐ จับตาพ.ร.ฎ. เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2563 ในวันที่ 26 – 27 ต.ค. ซึ่งครม. จะหาทางออกของความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเร่งด่วน

๐ จับตาการประชุม CPC Central Committee ประเทศจีน ในวันที่ 26 – 29 ต.ค. ซึ่งจะมีการพิจารณาแผนปฎิรูปเศรษฐกิจระยะ 5 ปี (2021-2025)

๐ จับตาการประชุมการประชุม ECB และ BOJ ในวันที่ 29 ต.ค. คาดว่าจะคงนโยบายการเงินผผ่อนคลาย

๐ จับตาการการเจรจาการค้าระหว่างอังกฤษ และ EU ในช่วงปลายเดือน ต.ค.- กลางเดือน พ.ย. เพื่อหาข้อตกลงการค้าใหม่ก่อนที่จะจบ Transition period สิ้นปีนี้