HoonSmart.com >>ตลท.เผยตลาดทุนไทยส่งสัญญาณแกร่ง หลัง S&P และ Moody’s ยืนยันอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ หนุนเงินไหลเข้าสุทธิเฉียด 3 หมื่นล้านบาท สภาพคล่องดีดตัว 50% ยกระดับมาตรการความปลอดภัยไซเบอร์สร้างความเชื่อมั่นเต็มสูบ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ในงานมหกรรมลงทุน SET in the City 2026 ว่า จากการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง S&P ได้ดำเนินการทบทวนและคงอันดับเครดิตของประเทศไทยไว้ในระดับเดิม พร้อมทั้งอัปเดตแนวโน้มความน่าเชื่อถือ (Outlook) ให้อยู่ในระดับเสถียรภาพ (Stable) ซึ่งมีความสอดคล้องกับสถาบัน Moody’s ที่ได้ปรับเพิ่มมุมมองของไทยก่อนหน้านี้จากระดับเชิงลบ (Negative) ขึ้นมาสู่ระดับเสถียรภาพ (Stable) เช่นกัน
เป็นการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เอื้อต่อการลงทุน (Investment Grade) นี้ สะท้อนถึงมุมมองระยะยาวของสถาบันจัดอันดับที่มุ่งพิจารณาเสถียรภาพทางการคลังและโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่าความเคลื่อนไหวรายวัน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อแผนงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นความผันผวนระยะสั้นและสร้างความเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ความเชื่อมั่นดังกล่าวสอดคล้องกับผลตอบรับจากการนำบริษัทจดทะเบียนไทย 13 บริษัท ไปร่วมโรดโชว์ที่ฮ่องกง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างล้นหลามจนส่งผลให้ราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกบริษัท
ความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และภาพรวมสภาพคล่องในตลาดทุนไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยสภาพคล่องเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเติบโตขึ้นประมาณ 40%
สำหรับสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายในแต่ละวันยังคงรักษาระดับเดิมคือ นักลงทุนต่างชาติ 50% นักลงทุนรายย่อยในประเทศ 30% และนักลงทุนสถาบันในประเทศ 20% โดยตัวเลขเม็ดเงินสะสมตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) ของนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นสถานะซื้อสุทธิอยู่ในเกณฑ์เป็นบวกประมาณ 30,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าการซื้อขายให้ยืนเหนือระดับ 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ผ่านการปรับปรุงมาตรการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงระบบ Public Clearing ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วและเตรียมส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต. อนุมัติอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้การซื้อขายและการเข้าถึงข้อมูลมีความคล่องตัวและสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศมากขึ้น
ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนจะสานต่อการสื่อสารข้อมูลบริษัทจดทะเบียน และ โครงการ Jump+ ผ่านงานใหญ่ ‘Thailand Focus’ ที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ และในเวทีและช่องทางต่างๆ
นายอัสสเดช ยังแสดงความห่วงใยต่อกรณีที่ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียเงินทองหลักล้านจากการถูกหลอกลวงลงทุน พร้อมเน้นย้ำให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลให้ดีหากพบข้อเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงหรือเข้าข่าย “ดีเกินกว่าจะเป็นไปได้”
ทั้งนี้ พฤติกรรมบ่งชี้สำคัญของการหลอกลวงคือการชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน (Forex) สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) หรือตลาดหุ้น ซึ่งหากพบลักษณะดังกล่าวขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและอย่าเพิ่งเข้าร่วม โดยสามารถตรวจสอบความถูกต้องผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทันที
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวโครงการ ‘INVESTiGUARD’ เพื่อแนะกฎการสังเกตการณ์และคัดกรองก่อนตัดสินใจลงทุน โดยได้นำมาให้ความรํกับนักลงทุนในงาน set in the city 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก
