SCBAM : “Fed ประกาศเริ่มเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนโดยตรงผ่านมาตรการ SMCCF”

SCBAM : “Fed ประกาศเริ่มเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนโดยตรงผ่านมาตรการ SMCCF”

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวลดลงอยู่ แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งเป็นระลอกสอง (2nd Wave) ขณะที่การประท้วงเรื่องการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นและแพร่ขยายไปยังประเทศแถบยุโรป ประกอบกับความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในช่วงกลางสัปดาห์ตลาดหุ้นเริ่มพลิกกลับมาดีขึ้นหลัง Fed ประกาศเริ่มเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนโดยตรงผ่านมาตรการ Secondary Market Corporate Credit Facility (SMCCF) จากเดิมเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนผ่านกอง ETF เพียงอย่างเดียว โดยมาตรการ SMCCF เป็น 1 ใน 9 มาตรการที่ Fed ประกาศออกมาในปลายเดือน มี.ค. เพื่อรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพในระบบการเงิน ภายใต้วงเงิน 2.5 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งการเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนจะเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องและลดต้นทุนการกู้ยืมให้กับธุรกิจขนาดใหญ่

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกในสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็น 1.51 ล้านราย ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 มิ.ย. สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.29 ล้านราย แต่นับเป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 จากที่เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในปลายเดือน มี.ค. ที่ 6.67 ล้านราย ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงมากเทียบกับช่วง Subprime crisis ปี 2009 และ Dot-com crisis ปี 2001 ซึ่งทำจุดสูงสุดที่ 6.6 แสนราย และ 5 แสนราย ตามลำดับเท่านั้น ปัจจุบันมีจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกสะสมทั้งหมด 45.7 ล้านราย นับตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่เริ่มมาตรการ Lockdown

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ขยายวงเงินกู้พิเศษสำหรับภาคธุรกิจเพิ่มเติมอีก 35 ล้านล้านเยน เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จากเดิม 55 ล้านล้านเยน เป็น 90 ล้านล้านเยน โดย BoJ จะคิดดอกเบี้ยที่อัตรา 0.1% กับสถาบันการเงินตามปริมาณเงินกู้ที่ปล่อยภายใต้โครงการดังกล่าว ขณะที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและยาว ซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ -0.1% และคงเป้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ไว้ที่ประมาณ 0% เคลื่อนไหวในรอบ +/-0.2%

Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี โดยหดตัวราว -7 แท่นในสัปดาห์ทีผ่านมา แตะระดับ 199 แท่น ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี คาดว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบจะยังลดลงต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ (Breakeven price) ซึ่งอยู่ที่ระดับ 45 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์เริ่มฟื้นตัว

กลยุทธ์การลงทุน

“ซื้อ” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA)

“ซื้อ” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี (SCBKEQT)

“ซื้อ” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์ (SCBOIL)

“ซื้อ” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ US Short Duration High Income (SCBUSHYA)

“เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (SCBNK225)

“ลดน้ำหนักการลงทุน” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX (SCBBANKING)

“ลดน้ำหนักการลงทุน” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET ENERGY SECTOR INDEX (SCBENERGY)