แบงก์กำไรดีเกินคาดปลุกมั่นใจ ไล่หุ้นได้ประโยชน์ปลดล็อก

HoonSmart.com>>หุ้นไทยพุ่งแรง 27 จุด สวนทางดาวโจนส์ล่วงหน้า-ยุโรป เอเชียร่วง บล.หยวนต้ามองบวกดัชนี-เศรษฐกิจ หากปลอดล็อกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดีต่อ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก CPF, CPALL, OSP, CBG, INTUCH, DTAC, GPSC, BEM รวมถึงแบงก์ BBL, SCB ด้านกำไรของธนาคารไตรมาส 1 /2563 ดีเกินคาด SCB-KKP-TMB โต แต่ทรีนีตี้ไม่แนะนำให้ซื้อ บล.เคทีบีชวนลงทุนแบงก์ใหญ่ BBL-KBANK-KKP กลุ่มพลังงานวิ่งไม่สน WTI ดิ่งต่ำกว่า 13 ดอลลาร์/บาร์เรล ADVANC เจอคำขอ ซิตี้แบงก์แนะกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะกองทุนผสมที่มีกลุ่มสุขภาพ

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 เม.ย.2563 แข็งแรงสวนทางต่างประเทศ มีแรงซื้อกระจายหลายกลุ่ม หนุนดัชนีปิดที่ระดับ 1,266.40 จุด +27.16 จุด หรือ +2.19% มูลค่าการซื้อขาย 67,298.11 ล้านบาท สถาบันไทยเก็บมากที่สุด 4,803 ล้านบาท ส่วนต่างชาติขายต่อ 1,829 ล้านบาทและนักลงทุนไทยทิ้ง 3,162.02 ล้านบาท ขานรับพ.ร.ก.เงินกู้ฟื้นเศรษฐกิจ แรงซื้อเก็งกำไรดักครม.ประชุมวันที่ 21 เม.ย. ผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์แบบค่อยเป็นค่อยไป หนุนแรงซื้อหุ้นกลุ่มได้ผลดีจากการเปิดเศรษฐกิจ รวมถึงแรงซื้อหุ้นธนาคารหลังจากกำไรไตรมาส 1/2563 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

บล.หยวนต้า มองว่า มีเป็นไปได้ที่อาจมีการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งจะหมดวันที่ 26 เม.ย. 2563 ออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเร่งตัว แต่จะต้องติดตามการประชุมของครม.วันที่ 21 เม.ย.ว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการตามการร้องขอของภาคธุรกิจและประชาชน เป็นลักษณะกึ่งล็อกดาวน์ จะช่วยให้ภาคธุรกิจ กลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงมองเป็นกลางเชิงบวกต่อดัชนีหุ้นและภาคเศรษฐกิจจริง ดีต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก CPF, CPALL, OSP, CBG, INTUCH, DTAC, GPSC, BEM รวมถึงกลุ่มแบงก์ BBL, SCB

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองกลุ่มที่ได้ดีจากการปลดล็อก ศูนย์การค้า เช่น CPN, CPNREIT พาณิชย์ เช่น COM7,HMPRO สื่อสาร เช่น ADVANC (มีศูนย์ในห้างมาก) และขนส่ง มีคนใช้บริการเพิ่ม เช่น BTS,BEM เป็นต้น

บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า วันที่ 21 เม.ย.63 มีการประชุม ครม. น่าจะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการผ่อนคลาย อย่างเช่น ศูนย์การค้า บันเทิง และ อาหาร ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเห็นแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มดังกล่าว

มร.สตีเว่น วีธิง หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุน และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นและการเงินโลกยังมีความผันผวนสูงต่อเนื่อง แนะให้กระจายพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะ กองทุนผสมที่มีการลงทุนในกลุ่มสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล และทองคำ เป็นต้น ขณะเดียวกันนักลงทุนต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดจนประเด็นสำคัญของสถานการณ์โลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวและลดความเสี่ยงการลงทุน

สำหรับผลงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/2563  ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไร 9,251 ล้านบาท เพิ่ม 1% จากงวดเดียวกันปีก่อน รายได้รวมโต 9% ค่าใช้จ่ายลด ตั้งสำรองสูงขึ้นรองรับภาวะเศรษฐกิจถูกกระทบโควิด-19 คณะกรรมการธนาคาร มีมติให้ยกเลิกโครงการซื้อหุ้นคืน ในวงเงินไม่เกิน 16,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือลูกค้าให้ก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่นี้ไปได้อย่างดีที่สุด

ธนาคารทหารไทย (TMB) มีกำไรสุทธิ 4,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากไตรมาสก่อนและ 164% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากรับรู้รายได้จากธนาคารธนชาตเข้ามาเต็มไตรมาส ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) มีกำไรสุทธิ 1,484 ล้านบาท เติบโต 20.84% มาจากสินเชื่อขยายตัวได้ดี 3.8% มาจากเกือบทุกประเภทและธุรกิจตลาดทุนบล.ภัทรมีส่วนตลาดด้านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 10.30% สูงเป็นอันดับที่ 1

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า กลุ่มแบงก์ทยอยประกาศงบไตรมาส 1/2563 ซึ่งดีกว่าตลาดคาดไว้มาก ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยมีกำไรดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้าถึง 22% และ12% ตามลำดับ ส่วน TISCO กำไรอยู่ที่ 1,483.99 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ที่ตลาดคาดไว้

” ไม่แนะนำลงทุนกลุ่มแบงก์ แม้ว่าไม่ต้องตั้งสำรองมากก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนยังให้น้ำหนักในปัจจัยบวกของการเปิดเมือง เน้นหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์ อาทิ BEM และBTS “นายณัฐชาตกล่าว

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานการรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย)หรือ KTBST กล่าวว่า กลุ่มแบงก์กำไรดีกว่าตลาดคาดมาก โดยมีปัจจัยจากการที่ส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟืนฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินน้อยลง และมาตรการที่ช่วยให้ธนาคารต่างรับรู้หนี้สูญต่ำลงมาก

สำหรับการลงทุนแนะนำแบงก์ใหญ่ ราคาปัจจุบันยังน่าซื้ออยู่ โดยแนะนำ BBL ราคามีโอกาสจะปรับขึ้น 10-15% , KBANK ถือว่าพื้นฐานที่ดี และ KKP จ่ายปันผลสูง

ด้านนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มแบงก์ทยอยประกาศงบไตรมาส 1/2563 ออกมาดีกว่าตลาดคาด จึงน่าลงทุนในช่วงสั้นๆมากกว่าการลงทุนในระยะกลาง-ยาว เพราะภาพรวมทั้งปีนี้ กำไรคงไม่เท่ากับปีก่อนๆ เน้นที่หุ้นความเสี่ยงต่ำ เลือก BBL ที่ราคาเหมาะสม 130 บาท และเก็งกำไรในกรอบประมาณ 115-125 บาท

สำหรับหุ้นพลังงานปรับตัวขึ้นแรงเกินคาด แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลงแรงก็ตาม WTI Crude Oil (Nymex) อยู่ที่ 12.04 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วง 6.23 ดอลลาร์ หรือ 34.10% และ เบรนท์ อยู่ที่ 26.47 ดอลลาร์ -1.61 ดอลลาร์ หรือ 5.73% ณ เวลาประมาณ 19.20 น. ตามเวลาประเทศไทย

ด้านหุ้นสื่อสาร นำโดย ADVANC ปรับตัวลง หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เคาะมาตรการช่วยเหลือประชาชน โทรมือถือฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที เวลา 45 วัน กดรับสิทธิ 1-15 พ.ค.

ส่วนพลังงานเตรียมเสนอมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับภาคครัวเรือนในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.63 ให้ที่ประชุมครม.พิจารณาในวันที่ 21 เม.ย.ที่จะถึงนี้

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒน์ กล่าวว่า เตรียมนำข้อเสนอของภาคเอกชน ใน 5 กลุ่มสำคัญ เสนอให้รัฐบาลพิจารณา แบ่งเป็นข้อเสนอให้ดำเนินการในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในเบื้องต้น โดยเฉพาะประเด็นข้อเสนอให้ทดลองปลดล็อค 2-3 จังหวัดในกลุ่มกิจการความเสี่ยงต่ำเพื่อประเมินผลก่อนขยายไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป