HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นโตเกียวร่วงเสี่ยงหลุด 68,000 จุด เซ็งสงครามตะวันออกกลางปะทุ-บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น 10 ปี แตะ 2.945% สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.32% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 กดดันหุ้นเอเชีย
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้(18 สิงหาคม 2569) ปรับตัวลดลงยุติช่วงขาขึ้นที่ติดต่อกัน 5 วันทำการ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยลบในวงกว้างจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวลดลงได้รับการชดเชยบางส่วนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน รวมถึงผลประกอบการที่คละเคล้ากันไปในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ส่วนใหญ่
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดได้แก่ หุ้นกลุ่มอาหาร กลุ่มค้าปลีก รวมถึงกลุ่มเยื่อกระดาษและกระดาษ
ณ เวลา 9.40 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 68,154.56 จุด ลดลง 1,056.69 จุด, -1.54%
ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดลง และทางการอิหร่านประกาศว่าจะปรับเปลี่ยนท่าทีทางทหารไปสู่รูปแบบรุกเต็มตัว
ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับตัวขึ้น 0.8% โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นกว่า 3% หลังจากตลาดหุ้นกลับมาเปิดทำการอีกครั้งภายหลังวันหยุด
พันธบัตรเอเชียปรับตัวลงตามพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการเงินของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยิ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น
ท่ามกลางภาวะการเทขายพันธบัตรทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ได้ปรับตัวสูงขึ้น 2.5 จุด มาอยู่ที่ระดับ 2.945% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสามทศวรรษ
ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 5.32% ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2550
นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า โดยปกติแล้ว เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงกว่าระดับ 4.65% มักจะมีถ้อยแถลงในเชิงผ่อนคลายสถานการณ์จากรัฐบาลของทรัมป์ตามมา ซึ่งมักจะเน้นไปที่ประเด็นการหาข้อยุติความขัดแย้งกับอิหร่านในเร็ววัน แต่ในครั้งนี้กลับไม่ได้ยินสัญญาณนั้น ในความเป็นจริง สัญญาณล่าสุดบ่งชี้ว่าจะยังไม่มีข้อยุติในเร็วๆ นี้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระยะเวลา 60 วันที่มีความเปราะบางได้สิ้นสุดลงแล้ว
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความหวังที่จะเกิดสันติภาพในตะวันออกกลางลดลง ทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจะคุกคามอุปทานและทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาไม่สนใจที่จะต่ออายุข้อตกลงกับอิหร่านที่กำลังจะหมดอายุ และการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งในเลบานอน
นิค ทวิเดล หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ AT Global Markets ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังที่สูงขึ้น บวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นใหม่ มีแนวโน้มที่จะทำให้ตลาดมีความผันผวน โดยนักลงทุนยังคงอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อข่าวสารเพิ่มเติมจากตะวันออกกลาง
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,975.002 จุด ลดลง 7.652 จุด, -0.19%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,296.4 จุด ลดลง 156.83 จุด, -0.62%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 7,022.29 จุด เพิ่มขึ้น 44.35 จุด, +0.64%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,469.55 จุด ลดลง 387.72 จุด, -0.85%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.42 ดอลลาร์หรือ 0.5% ซื้อขายที่ 84.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 0.25 ดอลลาร์หรือ 0.28% ซื้อขายที่ 91.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
