บล.พาย คาด SET ฟื้นตัว แนะ 11 หุ้น ใน 4 กลุ่ม

HoonSmart.com>>บล.พาย คาด SET วันนี้ ฟื้นตัวต่อเนื่องในกรอบ 1,400 – 1,440 จุด ตลาดเริ่มคาดหวังสถานการณ์จะผ่อนคลายมากขึ้นพร้อมกับจิตวิทยาเชิงบวกทั้งจากบาทแข็งและน้ำมันดิบที่ปรับลง แนะ 11 หุ้น ในกลุ่มกลุ่มแอนตี้ออยล์-โรงไฟฟ้า – ท่องเที่ยว – ค้าปลีก

บล.พาย ระบุว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 84 จุด (-0.18%) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเพราะนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางจะกดดันเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.5% หลังอิหร่านระบุไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯอย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลง

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลข PMI เบื้องต้นพบว่าค่อนข้างดีโดยทั้งภาคบริการและภาคผลิตอยู่สูงกว่าระดับ 50 และภาคผลิตมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักเพราะยังคงจับตากับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ท่ามกลางข่าวสารที่ค่อนข้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาจากฝั่งตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งปานีสถานเสนอเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ถึงอย่างนั้นสินทรัพย์ที่บ่งชี้ได้ดีที่สุดอาจเป็นน้ำมัน ซึ่งเช้านี้พบว่าอยู่ที่ลดลง -3.9% (WTI) อิงข้อมูลจาก Investing นับเป็นปัจจัยสะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังสถานการณ์ผ่อนคลายลง พร้อมกับ Dow Future +0.7% เงินบาทกลับมาแข็งค่าทดสอบระดับ 32.48 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.1 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านราคาทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัว (+1.6%) โดยรวมแล้ว สะท้อนถึงการคลายกังวล

สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น Bloomberg นำเสนอว่าอาจมีการเจรจาหยุดก่อสงครามกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจเริ่มรับไม่ไหว เช้านี้ Brent , WTI เริ่มปรับตัวลง เงินบาทกลับมาแข็งค่า ทองคำฟื้นตัว Nikkei +2.4% เชื่อว่าแรงส่งนี้จะมาถึง SET INDEX เน้นเก็งกำไรกลุ่ม Anti Oil โรงไฟฟ้า สายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีก
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 84 จุด (-0.18%) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนเพราะนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางจะกดดันเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.5% หลังอิหร่านระบุไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯอย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลง

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลข PMI เบื้องต้นพบว่าค่อนข้างดีโดยทั้งภาคบริการและภาคผลิตอยู่สูงกว่าระดับ 50 และภาคผลิตมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักเพราะยังคงจับตากับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ท่ามกลางข่าวสารที่ค่อนข้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาจากฝั่งตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งปานีสถานเสนอเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ถึงอย่างนั้นสินทรัพย์ที่บ่งชี้ได้ดีที่สุดอาจเป็นน้ำมัน ซึ่งเช้านี้พบว่าอยู่ที่ลดลง -3.9% (WTI) อิงข้อมูลจาก Investing นับเป็นปัจจัยสะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังสถานการณ์ผ่อนคลายลง พร้อมกับ Dow Future +0.7% เงินบาทกลับมาแข็งค่าทดสอบระดับ 32.48 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้าที่ 33.1 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านราคาทองคำก็เริ่มกลับมาฟื้นตัว (+1.6%) โดยรวมแล้ว สะท้อนถึงการคลายกังวล

Bloomberg ได้นำเสนอว่าอาจมีการหยุดก่อสงครามกัน 1 เดือน เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ สำหรับตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ Kospi +2.4% Nikkei +2.4% เช่นเดียวกัน ก็เชื่อว่าแรงส่งนี้จะหนุนหุ้นไทยกลับมาบวกได้ต่อเนื่อง

ส่วนปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยประจำเดือน ก.พ. พบว่าขยายตัว 10%YoY แต่หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ อาวุธ จะขยายตัว 11%YoY แต่ต่ำกว่าคาดการณ์จาก Consensus ที่ 17%YoY แรงหนุนหลักยังมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ขยายตัวตาม Technology (AI) และการกระจายความเสี่ยงใน Supply Chain ด้านสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้แก่ ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด มองเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นอย่าง DELTA HANA KCE ITC TU GFPT

ฝั่งรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันขยับขึ้นเป็นไปตามกลไกของตลาด ส่วนหนึ่งเชื่อว่าต้องกระทำเพื่อจะช่วยบรรเทาภาระกองทุนน้ำมัน แต่หากราคาน้ำมันดิบโลกทยอยลดลงก็เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้นรวมถึงเงินเฟ้ออาจไม่ได้น่ากังวลจนเกินไปนัก

วันนี้คาดหวัง SET INDEX จะฟื้นตัวต่อเนื่องในกรอบ 1,400 – 1,440 จุด ตลาดเริ่มคาดหวังสถานการณ์จะผ่อนคลายมากขึ้นพร้อมกับจิตวิทยาเชิงบวกทั้งจากบาทแข็งและน้ำมันดิบที่ปรับลง ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่กลุ่ม Anti Oil อย่างสายการบิน (AAV BA THAI) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ค้าปลีก (CPALL HMPRO)

หุ้นแนะนำ
AWC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท)
2026 คาดเติบโตแข็งแกร่งที่ 2.3 พันล้านบาท (+19% YoY) จากอัตราเข้าพักโรงแรมเติบโตตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว โดยใน 1Q26 มียอดจองแข็งแกร่ง

MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท)
กำไรปกติใน 4Q25 รายงานที่ 3.5 พันล้านบาท (+25% YoY, +21% QoQ) โดยแม้อยู่ในช่วง low season ในยุโรป แต่อัตราการจอง (Occupancy) และอัตราค่าที่พัก (ADR) ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–