HoonSmat.com>>บลจ.ทิสโก้ มองภาพรวมลงทุนปี 69 ยังให้ผลตอบแทนดี แรงหนุนจากนโยบายการเงินทั่วโลกผ่อนคลาย กำไรบจ.เติบโต ชู 3 ธีมลงทุนหนุนพอร์ตโต “ธุรกิจเกี่ยวข้อง AI-เฮลธ์แคร์และเวลเนส-กลุ่ม Defensive” ด้าน”หุ้นไทย” ตั้งเป้าดัชนีสิ้นปี 1,350 จุด ชูปันผลสูง มองตลาดมีโอกาสสร้างผลตอบแทนรวม “ตัวเลขสองหลัก” พร้อมชูกองทุนหุ้นไทย “TISCOHD–A” ลงทุนหุ้นปันผล ผลตอบแทนเด่น 14.89% สวนตลาดหุ้น -10%

นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด (TISCOASSET) เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้มองภาพรวมการลงทุนปี 2569 แนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดี และสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภาษีการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าหุ้น (Valuation) หลายตลาดอยู่ในระดับสูง
ในส่วนของประเทศไทยมีปัจจัยบวก คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาลง มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำและอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกรออยู่หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาคาดว่าจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ
นายสุพงศ์วร กล่าวว่า บลจ.ทิสโก้ คาดว่าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,350 จุด มีระดับ P/E ที่ 16 เท่า และ EPS ที่ 86.7 เท่า แม้มูลค่าหุ้นจะอยู่ในระดับที่ไม่สูง แต่ Upside ค่อนข้างจำกัด กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล โรงแรม บริการท่องเที่ยว ค้าปลีกและธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ตามมองการลงทุนในหุ้นไทยจะเน้นคุณภาพมากขึ้น ในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ งบการเงินแข็งแรง จ่ายเงินปันผลดี ราคาถูก ซึ่งมีจำนวนมาก สะท้อนหุ้นไทยไม่ได้แย่ จึงไม่แนะนำให้ถอดหุ้นไทยออกจากพอร์ตการลงทุน มองว่าจะเสียจังหวะในการลงทุน แนะนำให้ลดน้ำหนักบางส่วน และค่อยๆ เสริมการลงทุนในหุ้นต่างประเทศดีกว่าทิ้งหุ้นไทยไปเลย
“บลจ.ทิสโก้ มองหุ้นไทยมีโอกาสจะกลับขึ้นมาได้ และสร้างผลตอบแทนรวมเป็นเลขสองหลัก ซึ่งรวมอัตราเงินปันผล 3-4% แล้ว โดยมองตลาดหุ้นไทยมีหุ้นที่น่าสนใจเยอะมาก หากเราตัดหุ้นบางตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ออกจะพบว่า หุ้นบางกลุ่มมีการเติบโตของงบการเงินที่ดี หุ้นบางตัวกำไรนิวไฮ แต่มูลค่าหุ้นนิวโลว์หลายตัวมากและหุ้นบางตัว มีอัตราเงินปันผลสูง นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทจดทะเบียนกลับมาซื้อหุ้นคืนประมาณ 90 บริษัท จากจำนวนบริษัทประมาณ 600 บริษัท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดี”นายสุพงศ์วร กล่าว
ด้านเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มเห็นสัญญาณบวกที่มีแรงซื้อเข้ามาเล็กน้อยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศหลังการเลือกตั้งและมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้
“หุ้นไทยถูกมากแล้ว แต่ก็มีโอกาสต่ำกว่า 1,300 จุดได้ ความผันผวนจากหุ้นที่ถูกเทขายคือหุ้นที่มีราคาแพง และเป็นบริษัทใหญ่ของประเทศ จึงฉุดดัชนีมอง Downside แถว 1,260-1,280 จุด ซึ่งไม่ได้มาก ดังนั้นหากหุ้นไทยปรับฐานลงมาและปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน ก็เป็นโอกาสที่จะออกทริกเกอร์ฟันด์ได้เช่นกัน”

สำหรับมุมมองการลงทุนในปี 2569 บลจ. ทิสโก้มอง 3 ธีมลงทุนที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี คือ 1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และระบบอัตโนมัติ เพราะเริ่มเห็นการนำไปใช้จริงในองค์กรทุกขนาด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการ
2. ธุรกิจเฮลธ์แคร์และเวลเนส จากสังคมสูงอายุและพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งผลประกอบการกลุ่มนี้มักไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ
3.กลุ่ม Defensive เช่น ทองคำ และหุ้นปันผลสูง เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตและเป็นกันชนเมื่อเกิดความไม่แน่นอน ในช่วงที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนในปี 2569 แนะนำหุ้นคุณภาพและหุ้นปันผลสูงในสัดส่วน 40% ตราสารหนี้คุณภาพสูง 40% ทองคำ 10% และสินทรัพย์สภาพคล่อง 10%
ด้านนายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับลดลงสวนทางกับตลาดหุ้นโลก แต่บลจ.ทิสโก้ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย เห็นได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD – A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุก
ข้อมูลจาก บลจ. ทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุน TISCOHD – A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10ปีและตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 0.75% 18.90% 14.89% ต่อปี 6.08% ต่อปี 8.73% ต่อปี 8.04% ต่อปี และ 6.57% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุนคือ SET High Dividend 30 (SETHD TRI) มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 4.73% 19.94% 11.32% ต่อปี 5.78% ต่อปี 8.79% ต่อปี 7.48% ต่อปี และ 5.13% ต่อปีตามลำดับ
