HoonSmart.com >>ดาวโจนส์ปิดบวก 151 จุด S&P แตะนิวไฮ จ้างงานต่ำกว่าคาด คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ปิดในแดนบวก ดัชนีหลักต่าง ๆ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งปิดท้ายสัปดาห์ โดยดัชนี S&P ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานลดลงเกินคาดในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 54,036.93 จุด เพิ่มขึ้น 151.83 จุด, +0.28%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 47.68 จุด, +0.62%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,690.62 จุด เพิ่มขึ้น 342.26 จุด, +1.30%
กระทรวงแรงงาน รายงานว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสวนทางกับการเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่งที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ในการสำรวจโดยสำนักข่าวรอยเตอร์อย่างมาก
นอกจากนี้ยังปรับลดตัวเลขการจ้างงานที่รายงานไว้ในช่วงสองเดือนก่อนหน้าลงอย่างมากเช่นกัน ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.1% จาก 4.2% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่แรงงานบางส่วนถอนตัวออกจากกำลังแรงงาน
ขณะเดียวกันสัญญาณความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นในสงครามอิหร่านได้ช่วยดึงให้ราคาน้ำมันลดลง ส่งผลให้คลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจทำให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยลง และส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลลดลง
ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานคนใหม่ของเฟด ที่แทบไม่ได้ให้แนวทางหรือสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงินแก่นักลงทุน ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดหันไปให้ความสำคัญกับข้อมูลทางเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของผู้กำหนดนโยบายแทน
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า ขณะนี้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed funds futures) คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 3.50% – 3.75% ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไปที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน ทั้งที่เมื่อวันก่อนหน้านี้ ตลาดเพิ่งจะประเมินความเป็นไปได้ไว้ที่ 55% ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ช่วยหนุนตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์ จากผลประกอบการล่าสุดช่วยคลายความกังวลว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้ หุ้น Cloudflare บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์บนคลาวด์พุ่งขึ้นกว่า 5% หลังจากประกาศแนวโน้มผลประกอบการที่ดีทั้งปีและไตรมาสปัจจุบัน หุ้น Atlassian พุ่งขึ้น 35% หลังจากกำไรและรายได้ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาสที่สี่ของบริษัทสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และได้ประกาศแนวทางการดำเนินงานที่ดี
หุ้น Airbnb ก็พุ่งขึ้น 17% เช่นกัน หลังจากประกาศผลประกอบการที่ดีเกินคาดทั้งรายได้และกำไร
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า การรายงานผลประกอบการกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย บริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 436 แห่งที่ได้รายงานผลประกอบการไปแล้วจนถึงช่วงเช้าวันศุกร์นั้น มีถึง 85.1% ที่มีผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 68% นับตั้งแต่ปี 1994 เป็นอย่างมาก
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งยังช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้งสามดัชนีเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์สูงสุดรายสัปดาห์นับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน
ตลาดปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน โดยดัชนี S&P 500 ซึ่งปิดตลาดเหนือระดับ 7,700 จุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 3.6% ในรอบสัปดาห์นี้ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 5.2% จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มชิป ส่วนดัชนี Dow ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ดัชนีทั้งสามต่างทำผลงานรายสัปดาห์ได้ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก ดัชนี STOXX 600 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาในเชิงบวก ประกอบกับข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนเพิ่มเติม
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 660.25 จุด เพิ่มขึ้น 2.06 จุด, +0.31%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,901.09 จุด เพิ่มขึ้น 33.20 จุด, +0.31%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,714.93 จุด เพิ่มขึ้น 15.22 จุด, +0.17%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,319.45 จุด เพิ่มขึ้น 179.32 จุด, +0.69%
ตลาดปิดท้ายสัปดาห์ที่คึกคักไปด้วยผลประกอบการ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหลักพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดหลายรายการ ขณะที่ความคาดหวังเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น ก็ช่วยหนุนความเชื่อมั่นตลอดทั้งสัปดาห์เช่นกัน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 1.9% ในระหว่างการซื้อขาย โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางขาขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และถือเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในดัชนี STOXX 600 ในสัปดาห์นี้
นักลงทุนต่างวิเคราะห์รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯที่ลดลงเกินคาดในเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนั้นลดน้อยลงในมุมมองของตลาด
ทางด้านหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เพิ่มขึ้น 1.2% โดยหุ้นของ Genmab บริษัทผู้ผลิตยารักษามะเร็งพุ่งขึ้น 6.5% หลังจากรายงานรายได้ครึ่งปีแรกที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปี
หุ้นของ Novo Nordisk และ Abivax ปรับตขึ้น 3.9% และ 3.5% ตามลำดับ
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าบริษัทต่างๆ ในดัชนี STOXX 600 จะรายงานการเติบโตของผลประกอบการในไตรมาสที่สองที่ระดับมากกว่า 22% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2022
กอร์ดอน เคอรร์ นักกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจมหภาคภาคพื้นยุโรปของ KBRA กล่าวว่า โดยภาพรวมแล้ว ฤดูกาลรายงานผลประกอบการนี้ช่วยตอกย้ำมุมมองที่ว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทในยุโรปยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ออกตราสารที่มีคุณภาพสูงในระดับที่ลงทุนได้ (investment-grade) อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มมีความระมัดระวังและเลือกหุ้นมากขึ้น เนื่องจากระดับราคาหุ้นที่สูงขึ้น
หุ้น Kingspan บริษัทวัสดุก่อสร้างพุ่งขึ้น 17.8% หลังการรายงานผลประกอบการ ส่งผลให้เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรอันเป็นผลมาจากความต้องการใช้บริการศูนย์ข้อมูล (data centre) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
หุ้นของ CSG บริษัทด้านการป้องกันประเทศของสาธารณรัฐเช็ก ลดลง 8% แม้ว่าจะรายงานรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ เพิ่มขึ้น 0.3% โดยได้รับแรงหนุนจากราคาโลหะมีค่าและโลหะพื้นฐานที่แข็งค่าขึ้น
หุ้นกลุ่มประกันภัย ลดลง 0.2% หลังจากหุ้นของ Munich Re ร่วงลง 1.4% แม้ว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาสสองเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงก็ตาม
หุ้น Stellantis ลดลง 1.7% หลังจากที่ Bernstein ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส-อิตาลีรายนี้ลงจากระดับ “market perform” (เท่ากับตลาด) เป็น “underperform” (ต่ำกว่าตลาด)
ด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านได้ร่วมมือกับโอมานในการเสนอมาตรการห้ามเรือที่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษปรับในอัตราสูงสำหรับเรือที่ฝ่าฝืนกฎ
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.15% ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 83.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
