HoonSmart.com>>หุ้นแข็งแกร่งหลุด 1,600 แล้วฟื้นปิดที่ 1,602.37 จุด ลดลง 5.26 จุด ไม่ตื่นน้ำท่วมใหญ่ทั่วกรุง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดกระทบเศรษฐกิจ 7,000-17,000 ล้านบาท ราว 0.03-0.11% ของ GDP ศาลฯวินิจฉัยใช้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หนุนการเมืองมั่นคง ต่างชาติขายหุ้นต่อ 3,935 ล้านบาท รวมห้าวัน 22-25,28 ก.ย.ทั้งสิ้น 12,152 ล้านบาท บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดเศรษฐกิจปีนี้โตเท่าเดิม 2% กลยุทธ์หุ้นลงเป็นจังหวะซื้อ 4 ธีม บล.กรุงศรีเชียร์รับเหมาฯ STEC เด่น

วันที่ 28 ก.ย.2569 ดัชนี SET ปิดที่ 1,602.37 จุด ลดลง 5.26 จุด หรือ -0.33% มูลค่าซื้อขายบางลง 49,707.75 ล้านบาท ฟื้นหลังจากตลาดลงไปต่ำสุดแตะ 1,594.93 จุด ร่วงลง 12.70 จุด
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,935 ล้านบาท เป็นการขายต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 (22-25 และ 28 ก.ย.2569) รวมทั้งสิ้น 12,152 ล้านบาท ส่วนเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 33.625 ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.60 อ่อนค่าลงประมาณ 0.7% จากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นไทยไม่ตื่นตระหนกน้ำท่วมกรุง ดัชนี SET ปรับตัวลงไปต่ำสุด 12.70 จุด ก่อนฟื้นขึ้นมาภาคบ่าย จากศาลฯวินิจฉัยการใช้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ช่วยหนุนการเมืองมีเสถียรภาพ รัฐบาลสามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ตามปกติ ปิดลดลง 5 จุด เกาะกลุ่มตลาดในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ติดลบ และดีกว่าตลาดหุ้นจีน -1.67% และเกาหลีใต้ -2.7% ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นและบอนด์ยีลด์สูง แต่วอลุ่มซื้อขายไม่ถึง 50,000 ล้านบาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ย. 2569 จนเกิดอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหลายจังหวัด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักชั่วคราว โดยเฉพาะภาคค้าปลีก ร้านอาหาร บริการ การเดินทาง และ SMEs ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
“ประเมินผลกระทบสุทธิเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจที่ 7,000-17,000 ล้านบาท หรือราว 0.03-0.11% ของ GDP ภายใต้กรอบเวลาประมาณ 3–7 วัน โดยความเสียหายส่วนใหญ่เป็นการสูญเสียกิจกรรมทางเศรษฐกิจชั่วคราว และบางส่วนอาจฟื้นกลับได้จากการเลื่อนการใช้จ่ายออกไป”
อย่างไรก็ดี ความเสียหายยังมีความไม่แน่นอนสูง หากน้ำท่วมยืดเยื้อหรือกระทบภาคการผลิต ระบบขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานสำคัญ ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งครัวเรือนกับภาคธุรกิจยังต้องเผชิญต้นทุนฟื้นฟูและความเสียหายต่อทรัพย์สินหลังน้ำลดอีกระยะหนึ่ง
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดแรงกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วม คาด GDP ปีนี้โตเท่าเดิมที่ 2% แต่กระทบจำกัดต่อกลุ่มท่องเที่ยว การแพทย์ และอาหาร หุ้นลงมองเป็นจังหวะทยอยสะสม ขณะที่ความต้องการซ่อมแซมฟื้นฟูหลังน้ำลดมีแนวโน้มสูงขึ้นมองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (HMPRO, GLOBAL, DCC)
นอกจากนี้ แรงกระเพื่อมจากปิด Window Dressingในไตรมาสที่ 3/2569 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective” 4 ธีมได้แก่1. หุ้นได้ดีจากการเมืองมั่นคง, อานิสงส์น้ำท่วม,window dressing, ท่องเที่ยวไฮซีซั่น แนะนำ CENTEL ประเมินได้รับผลกระทบจำกัดจากอุทกภัยหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและมีปัจจัยสนับสนุน เข้าสู่ช่วง Golden Week ของจีนและช่วงไฮซีซันของภาคท่องเที่ยว ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวครึ่งปีหลัง คาดกำไรปกติในปี2569 จะเติบโต 18% สู่ระดับ 2,300 ล้านบาท และ SPRC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโรงกลั่น Novoshakhtinsk กำลังการผลิต 1.1 แสนบาร์เรล/วันของรัสเซีย ถูกยูเครนโจมตี ซ้ำเติมภาวะอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปโลกที่ตึงตัวสูง และประธานาธิบดี ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันรีบาวด์จากสัปดาห์ก่อนและหนุนให้ความตึงเครียดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
บล.กรุงศรี มองบวกต่อ SET Index หลังความชัดเจนผลเลือกตั้ง ปลดล็อก overhang ให้กับตลาด ช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะแผนอนุมัติและเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มองเป็นบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คือ STECON, CK, PYLON และ SEAFCO Top Pick คือ STECON (เป้าปีหน้า 24.90 บาท ) และ PYLON 4.70 บาท กลุ่มนิคม บวกจากนโยบายสนับสนุนรัฐเดินหน้า FDI/EEC/Data Center เดินหน้า เน้น AMATA, WHA และ กลุ่มโรงไฟฟ้า เน้น GULF, GPSC
———————————————————————————————————————————————————–

