TU เล็งผลงาน Q4/68 ดีขึ้น แรงขับเคลื่อนอาหารสัตว์เลี้ยง-แช่แข็ง

HoonSmart.com>>”ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” (TU) คาดรายได้ไตรมาส 4/68 ดีขึ้น จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง-แช่แข็งเป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมลดเป้ารายได้ปี 68 ลง 2-4% YoY จากผลกระทบ FX และภาษีทรัมป์ทำให้วอลุ่มฝั่งสหรัฐฯหดเล็กน้อย แต่อัตรากำไรขั้นต้นปี 68 คงเป้าที่ 18.5-19.5% มาร์จิ้นดีจากธุรกิจอาหารแปรรูป-แช่แข็งพัฒนาขึ้น ส่วนงบลงทุนปีนี้ 3.5-4 พันล้านบาท โดย 9 เดือนใช้ไป 2.7 พันล้านบาท

น.ส.ภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า รายได้ไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะดีขึ้น YoY ได้แรงขับเคลื่อนจากอาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารแช่แข็ง โดยหลังจากที่ผ่านมา 3 ไตรมาสแล้วบริษัทฯได้มีการทบทวนเป้ารายได้ปี 2568 และได้ปรับเป้าลดลง 2-4% YoY จากก่อนหน้านี้ได้ปรับลดเป้าลง 1-2% ซึ่งเป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (FX) และบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ 19% ส่งผลให้วอลุ่มจากสหรัฐฯลดลงเล็กน้อย

ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ตั้งเป้าปี 2568 ไว้ที่ 18.5-19.5% โดย 9 เดือนปี 2568 ทำได้ 19.2% ซึ่งดีจากธุรกิจ Ambient (กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป) และผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง ที่มีการพัฒนาขึ้น สำหรับค่าใช้จ่าย SG&A to sales คงเป้าไว้ที่ประมาณ 13.5-14.4%

งบลงทุน (CAPEX) ปี 2568 ประมาณ 3.5-4 พันล้านบาท โดย 9 เดือนใช้ไป 2.7 พันล้านบาท ต่อไปนี้งบลงทุนจะไม่สูงไปกว่า 4-5 พันล้านบาท แล้ว พร้อมกันนี้บริษัทฯคงเป้าการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ซึ่งที่ผ่านมาจ่ายปันผลให้ 55-59%

“ภาพใหญ่ปี 2569 คาดว่าจะรายได้จะเติบโตขึ้น จากการมองว่าผลกระทบ FX จะไม่สูงไปกว่าปี 2568 ที่ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 32-33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่น่าจะลงไปมากกว่านี้แล้ว โดยปี 2569 น่าจะสูงขึ้นกว่าปี 2568 และกิจกรรมซื้อขายฝั่งสหรัฐฯน่าจะคลี่คลาย โดยช่วงนี้ฝั่งสหรัฐฯมีการพิจารณาภาษีทรัมป์จะถูกบังคับใช้จริงหรือไม่ ซึ่งเรามอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดอยู่ ถ้าไม่ใช่จะเป็นผลดีต่อบริษัท”

หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ TU กล่าวต่อว่า ไตรมาส 4 ทูน่าคาดว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 เพราะตอนนี้มีลานีญาทำให้จับปลาได้น้อย แต่ไม่ห่วงเพราะบริษัทฯมีปลาพอสำหรับออเดอร์ ส่วนกุ้งราคาดีขึ้นเมื่อเทียบ QoQ เพราะไตรมาส 4 ช่วงฤดูหนาวกินอาหารได้ดี ส่วนแซลมอนราคาก็ดีขึ้น ที่ผ่านมาปลาแซลมอนมีซัพพลายน้อยลง

ทั้งนี้ บริษัทฯยังมีความร่วมมือในการพัฒนาด้านต่าง ๆ กับกลุ่ม Mitsubishi Corporation (MC) ทั้งกุ้งแช่แข็ง, แซลมอนแช่แข็ง เป็นต้น

ด้านผลกระทบจากภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำของโลก (Global Minimum Tax) เดิมบริษัทฯคาดผลกระทบจะมีประมาณ 300-350 ล้านบาท ตอนนี้ได้มีการทบทวนและคาดว่าจะมีผลกระทบแค่ 100 ล้านบาท เนื่องจากกำไรก่อนหักภาษีในไทยชะลอ และธุรกิจในไทยภาษีขึ้นหลังสิทธิ BOI หมดอายุ