‘ดิษทัต’ ลั่น OR กำไรพร้อมเทคออฟปี’68 แนะลงทุน Lifestyle ดีลใหญ่-บริหารสต๊อกน้ำมัน

HoonSmart.com>>” ผมมีการเปลี่ยนแปลง OR มากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา วางรากฐานสำคัญขององค์กร  เพื่อเป้าหมายเติบโตอย่างยั่งยืน OR เหมือนเครื่องบินกำลัง take off  ธุรกิจ Lifestyle เป็นดาวรุ่ง เรา clean port แล้ว ผมกล้า Cut loss (ตัดขาดทุน) 6 บริษัทออกไป ผ่าตัดรูรั่วธุรกิจ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30% ซึ่งนักวิเคราะห์ชื่นชมมาก “ดิษทัต ปันยารชุน กล่าวถึงการบริหารงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ในช่วง 2 ปี 12 วัน

 

“ดิษทัต ปันยารชุน ” ส่งไม้ต่อให้ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ มีการแลกเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งจะใช้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้  โดยมองว่า OR มีศักยภาพเรื่องเงิน แต่การจะโตได้ต้องลงทุนในพาร์ทเนอร์ขนาดใหญ่ ถึงจะเห็นผลต่อบริษัทที่มีธุรกิจแสนล้านบาท  ดังนั้นในปี 2568 จะเป็นปีแห่งการลงทุน ธุรกิจ Lifestyle  จะต้องหาดีลให้เจอและทำให้เกิดขึ้นให้ได้  ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาดีลซื้อกิจการ (M&A) อยู่ 2-3 ราย ตั้งเป้า EBITDA Margin จะเพิ่มเป็น 50% ในอนาคต ต้องกล้าออกจาก Comfort Zone ต้องเปิดหน้าธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจ Health and Wellness ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ ยังมีโอกาสโตอีกมาก ส่วนการเปิดร้าน found&found แบรนด์เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม ตั้งเป้าขยายจาก 5 สาขาเป็น 10 สาขา

ส่วนธุรกิจพลังงาน OR จะต้องเป็นที่หนึ่ง แม้พลังงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม ธุรกิจน้ำมันยังอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 15 ปี  OR จะต้องแข่งขันบน”มาร์จิ้น” ไม่ใช่ “โชค” ไม่ควรเก็บน้ำมันในคลังมากเกินไป จะต้องบริหาร รับ เก็บ จ่าย ให้สมาร์ท การแก้ปัญหาจะต้องตรงจุด และรวดเร็ว เพราะน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ราคาผันผวน ไตรมาส 3/2567 เปลี่ยนแปลงถึง 5 บาท/ลิตร ทำให้บริษัทประสบปัญหาขาดทุนมากจากสต๊อกน้ำมัน

สำหรับธุรกิจต่างประเทศ  OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคู่แข่งไม่ได้ออกไป  โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ในฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนหุนเซนบูเลอวาร์ด ควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท.

นอกจากนี้ยังขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป. ลาว เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจที่ลาวสร้างกำไรให้ทุกปี OR สร้างงานให้ปีละมากกว่า 1,500 ตำแหน่ง ส่วนกัมพูชามีศักยภาพสูง  เศรษฐกิจขยายตัว 6-7% และไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน รายได้และรายจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ ที่เมียนมาร์ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสมาก แต่มีปัญหาภายใน ค่าเงินอ่อนลงเร็วมาก ต้อง Mark to Market จำนวน 400 ล้านบาท กระทบต่อผลการดำเนินงาน

ในโอกาสนี้ “ดิษทัต” ได้แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด RISE OR ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ (R – Result-oriented) การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด (I – Intelligence) การร่วมกันทำร่วมกันเติบโต (S – Synergy) เอาจุดแข็งของกลุ่มปตท.มาทำงานร่วมกัน ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด แข่งขันได้ และการสร้าง Mindset แห่งความเป็นเจ้าของธุรกิจ (E – Entrepreneurship)ให้กับพนักงานทุกคน

พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในการทำงานขององค์กร โดยส่งเสริมให้บุคลากรก้าวออกจาก Comfort Zone ที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ความถนัดเดิม สู่ Growth Zone ที่เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพใหม่ ๆ ทำธุรกิจที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางและวางกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงาน โดยเปิดสายงาน digital กล้ารับคนนอกเข้ามาจาก IBM เพราะไม่มีเวลาเรียนรู้จากคนข้างในบริษัท

การเตรียมโครงสร้างความพร้อมสำหรับบุคลากร คน OR  เป็นคนเก่ง จะต้องดีด้วย รววมถึงการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิด Digital Transformation ด้วยการเป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บูรณาการการจัดการระหว่างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกด้วยระบบ SAP S/4HANA ใน 2 อุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการดำเนินงานแบบศูนย์รวม (Dashboard Control Tower) ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลทางธุรกิจ เช่นสมาชิก Blue Card 8 ล้านราย โดยร่วมมือกับพันธมิตร คือ ธนาคารกรุงไทย และ AIS

OR ได้เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน Mobility ผ่านการเป็น Thailand Mobility Partner ที่ขยายเครือข่าย EV Station PluZ ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด มีการปรับเป้าติดตั้งหัวชาร์จจาก 7,000 หัว เหลือจำนวน 6,000 หัว เพราะรถเปลี่ยนรุ่นเร็วมาก ตอนนี้การชาร์จมากขึ้นเข้าใกล้จุดคุ้มทุนแล้ว ควบคู่กับการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับการบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินอีกหนึ่งแห่ง พร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบ Logistic ให้ Optimization มากที่สุด

นอกจากนี้ ต้องรู้ว่าจะโตได้อย่างไร จึงต้องพัฒนา Retail Mixed-Use Platform รูปแบบใหม่ผ่าน PTT Station Flagship ที่มีธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ OR Space ที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์

Café Amazon ทำได้ดีมากในรอบ 20 ปี มี 4,200 สาขาในประเทศ และ 400-500 สาขาในต่างประเทศ ถึงวันนี้ต้องปรับ จะใช้กลยุทธ์ขยายสาขาปีละมากๆเหมือนที่ผ่านมา คงเป็นไปไม่ได้  มีการขยายความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต้นน้ำ Café Amazon มียอดขายมากกว่า 1 ล้านแก้วต่อวัน ที่ผ่านมาซื้อแก้วมาตลอด  ตอนนี้มีการตั้งโรงงานผลิตแก้วเอง คาดจะเริ่มดำเนินการไตรมาส 4/2568 รองรับความต้องการใช้ประมาณ 40-50% ทำให้รู้เรื่องราคา ช่วยเพิ่มมาร์จิ้นและแข่งขันได้ รวมถึง Café Amazon Park ที่ จ. ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง OR SDG ด้วยการพัฒนาระบบ KALA Application เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ

“ผมอยากเปลี่ยน OR เพราะหากไม่เปลี่ยนจะเป็นผู้แพ้ในอนาคต การวางแผนกลยุทธ์ไม่ได้ทำปีต่อปี แต่วางแผน 5 ปี กำไรจะต้องมาจากธุรกิจ Lifestyle 50% ให้ได้ ตอนนี้มีสัดส่วน 30% ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพียง Milestone ไม่ใช่เส้นชัย เราต้องพร้อมปรับตัว Disrupt ตัวเองก่อนถูก Disrupt และเตรียมพร้อมรับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและแพลตฟอร์ม ไม่รอให้อนาคตมาถึง แต่ต้องลงมือสร้างอนาคตเอง และที่สำคัญคือต้องสื่อสารพันธกิจขององค์กรให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อขับเคลื่อน OR สู่วิสัยทัศน์ ‘Empowering All toward Inclusive Growth’ ในการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน”

“ดิษทัต”กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากเห็น OR เป็นเรือธงของกลุ่มปตท.ที่เข้มแข็งและยั่งยืน  รวมถึงจะทำอย่างไรให้ทุกเรือธงโตอย่างยั่งยืนด้วย

 

———————————————————————————————————————————————————–