สลับเข้าปิโตรเคมี-หนีชิป AI ร่วง รับน้ำมันพุ่ง IVL-PTTGC เด่น

HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง แนะ สลับตัวเล่น จากโรงกลั่นเข้าสู่ปิโตรเคมี Laggard หุ้นเด่น IVL – PTTGC รับอานิสงส์ระยะยาว ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 87 ดอลลาร์/บาร์เรล หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ – commodity hedge หนีหุ้นชิป-AI โลกที่ร่วงหนัก หลัง KOSPI นำดิ่งด้วย Circuit Breaker 

บล.บัวหลวง มองว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงานปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง

​ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสัปดาห์ล่าสุดเพิ่มขึ้น 10.34 ดอลลาร์ สู่ 87.84 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซและ Bab el-Mandeb

ขณะที่ Singapore GRM เพิ่มขึ้นต่อเป็น 26.83 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก Crack Spread ของน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยานที่ขยายตัว แม้ต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจะกดดัน Spread ของน้ำมันเตาบางส่วนก็ตาม

​ด้านปิโตรเคมีแม้ราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับขึ้น แต่ Chemical Spread อ่อนตัว เพราะราคานาฟทาปรับขึ้นเร็วกว่าราคาผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ Spread ของ Ethylene, Propylene, HDPE และ PP ปรับลดลงทั้งหมด

​ขณะที่ราคาถ่านหิน Newcastle ขยับขึ้นเล็กน้อยจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ส่วนค่าระวางเรือทั้ง BDI และ World Container Index ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แม้เส้นทางเดินเรือในทะเลแดงยังมีความไม่แน่นอนอยู่

Fundamental view: เรายังให้น้ำหนัก Overweight กลุ่มปิโตรเคมี และมองว่าจังหวะนี้เหมาะสำหรับการ Switch จากหุ้นโรงกลั่นไปยัง IVL และ PTTGC หลังราคาหุ้นปิโตรเคมียัง Laggard ขณะที่ธีมพลังงานและค่าระวางเรือ ยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้หากความตึงเครียดคลี่คลาย อุปทานน้ำมัน LNG และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะกลับเข้าสู่ตลาดและกดดันราคาในระยะถัดไป

​ส่วนการเดินเรือที่ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปจากปัญหาในทะเลแดง อาจหนุนค่าระวางเรือระยะสั้นและเปิดโอกาสเก็งกำไรหุ้นเดินเรือ

​ด้านแนวโน้มตลาดวันนี้ คาเไฟลุกหุ้นชิป-AI Hardware ส่วนหุ้นไทยยังพอมีแหล่งพักเงิน

​ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยหยุด 2 วัน ประเด็นต่างประเทศที่ต้องให้น้ำหนักมากขึ้นคือแรงขายหุ้นชิปและ AI hardware ที่ลามแรง โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่ KOSPI ร่วงกว่า 12% ระหว่างวัน และต้องใช้ Circuit Breaker เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังแรงขายหุ้น SK Hynix และ Samsung กดดันตลาด และเริ่มตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของ demand จาก AI รวมถึงความกังวลเรื่องเงินลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และการแข่งขันจากจีนใน semiconductor supply chain

​ภาพนี้ทำให้ตลาดไทยวันนี้ต้องระวังแรงกดดันต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยเฉพาะ DELTA, CCET, HANA และ KCE แม้ DELTA หลังประชุมนักวิเคราะห์จะให้ภาพฟื้นตัวใน 2H26 และ 2Q26 อาจเป็นจุดต่ำสุด แต่ sentiment หุ้นชิปโลกที่ยังลบหนักอาจทำให้ตลาดยังไม่รีบให้ valuation กลับทันที ดังนั้น เราจึงตัดสินใจยอมตัดขาดทุนหุ้น DELTA ในพอร์ต SET100 Smart Tactical ไปก่อน

​อีกประเด็นสำคัญคือราคาน้ำมันโลกกลับมาพุ่งแรงกว่า 7% จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีข่าวอิหร่านโจมตีกองกำลังสหรัฐ และสหรัฐฯ–ซาอุฯ โจมตีกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงจากฮูตีต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อาจกดดันหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุน เช่น ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้าบางส่วน (โดยเฉพาะกลุ่ม SPP) และค้าปลีก แต่เป็น sentiment บวกต่อพลังงานต้นน้ำและ commodity hedge เช่น PTTEP, PTT รวมถึงบางส่วนของปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC

​โดยวันนี้ ไม่สวนหุ้นชิป-Elect จนกว่าสัญญาณขายในเกาหลี ไต้หวัน และ SOX/SOXX จะนิ่ง ขณะที่กลุ่มที่น่าจับตาเพิ่มคือพลังงานต้นน้ำและ commodity hedge จากน้ำมันพุ่ง รวมถึงหุ้น local play ที่มีแรงซื้อเฉพาะตัว (รวมทั้งเป็นแหล่งพักเงินอย่างธนาคาร และ GULF พอเก็งกำไรได้) หากตลาดไทยเปิดอ่อนจากแรงกดดันต่างประเทศ แต่ไม่หลุดแรงและมีแรงรับในหุ้นใหญ่ จะสะท้อนว่าเม็ดเงินในประเทศยังพร้อมหมุนกลุ่ม ไม่ได้ออกจากตลาดทั้งหมด

​ด้านผลการประชุมเฟดเมื่อคืน คงดอกเบี้ยตามคาด (9:3 เสียง) แต่มองว่าวันนี้ตลาดจะให้น้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมาหลังน้ำมันกลับมาพุ่ง โดยวันนี้ติดตามตัวเลข PCE ต่อ นอกจากนี้ เมื่อเช้ามืดมีรายงานงบของ Microsoft (ดีกว่าตลาดคาด-ราคา Overnight เด้งแรง) แต่ Meta (ต่ำกว่าตลาดคาด-ราคา Overnight ร่วงแรง) แนะติดตามต่อ Guidance จะชี้นำธีม AI capex/cloud, ทิศทางราคาน้ำมันหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางปะทุ และแรงขายหุ้นชิปในสหรัฐฯ รวมถึงตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (ว่าจะรีบาวด์หรือไม่) ก่อนตลาดไทยเปิดทำการ

 
 
 

———————————————————————————————————————————————————–