HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้บวกเล็กน้อย “ตลาดหุ้นเอเชีย” ลดลง แรงขายหุ้นกลุ่มชิปเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลดลงท่ามกลางความไม่แน่นอนแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (30 กรกฎาคม 2569) ปรับขึ้นเล็กน้อย โดยหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้นตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Advantest Corp ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับขึ้น 458.04 จุด หรือ 0.75% จากระดับปิดเมื่อวันพุธ มาอยู่ที่ 61,892.23 จุด ส่วนดัชนี Topix ลดลง 21.74 จุด หรือ 0.55% มาอยู่ที่ 3,952.29 จุด
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็กเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภคก็ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 163.31-32 เยน เทียบกับระดับ 163.37-47 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 163.68-70 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพุธ
ณ เวลา 10.01 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 62,218.41 จุด เพิ่มขึ้น 784.22 จุด, +1.28%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลง แม้แรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง ขณะที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลดลงท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC)มีมติ 9 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์
ดัชนีหุ้นเอเชียของ MSCI ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1% โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดแนวโน้มของอุตสาหกรรมชิปและการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งขึ้นเกือบ 5% ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากรัฐบาลประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมความต้องการลงทุนในกองทุน ETF แบบใช้เลเวอเรจ (leveraged ETF) ทางด้านหุ้น Samsung Electronics พุ่งขึ้นกว่า 6% หลังจากกำไรจากธุรกิจชิปทะยานขึ้นกว่า 250 เท่า ส่วนหุ้น SK Hynix พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นกว่า 2% หลังจากที่เคยร่วงลงในช่วงแรกของการซื้อขาย
ผู้ผลิตชิปในเอเชียอยู่ในความสนใจสัปดาห์นี้ หลังจากเกิดแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้จนมูลค่าตลาดหายไปกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงิน ประกอบกับความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการทุ่มงบประมาณมหาศาลด้าน AI
จีนา คิม ผู้จัดการกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ Nordea Asset Management ในสิงคโปร์กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง การเทขายในขณะนี้ดูเหมือนจะมีลักษณะของความตื่นตระหนกที่ขาดเหตุผลอยู่ด้วย ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าภาวะตื่นตระหนกนี้จะยุติลงเมื่อใด
ความเชื่อมั่นดีขึ้นบ่างหลัง ผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ยักษ์ในสหรัฐฯ อย่าง Meta และ Microsoft สะท้อนศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดได้ แม้ว่าจะต้องทุ่มงบประมาณลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ก็ตาม
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าลดลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่พุ่งขึ้นกว่า 7% ในวันก่อนหน้า เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น แม้มีข้อมูลจะแสดงให้เห็นว่าเรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางออกจากภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,803.736 จุด ลดลง 24.733 จุด, -0.65%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,830.02 จุด เพิ่มขึ้น 22.1 จุด, +0.09%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,736.73 จุด เพิ่มขึ้น 73.49 จุด, +1.3%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 40,449.15 จุด เพิ่มขึ้น 409.97 จุด, +1.02%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 0.99 ดอลลาร์หรือ 1.17% ซื้อขายที่ 83.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.17 ดอลลาร์หรือ 1.29% ซื้อขายที่ 89.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

