BYD กำไรชัวร์ปี 65 เสนอโปรแกรมเทรด ลูกค้ากำไรดี

HoonSmart.com>>บล.บียอนด์เร่งรายได้โตก้าวกระโดด เดินหน้าปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้ง เพิ่มความคล่องตัวในการขยายการลงทุน -ให้ผลตอบแทน  ธุรกิจหลักทรัพย์บุกหนัก เสนอโปรแกรมเทรดใช้ AI โรบอตมาช่วย ดมกลิ่นเงินไหลเข้า-ออก  ดักทางราคาหุ้นได้แม่นยำ เปลี่ยนวิธีการลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ สร้างอัตราผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน ขยายฐานลูกค้า หวังมาร์เก็ตแชร์ปีหน้าแตะ 2% 

นางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.บียอนด์ (BYD) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้ในปี 2565 เนื่องจากการเติบโตของรายได้แบบก้าวกระโดด จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 98 ล้านบาท เกิดจากธุรกิจหลักทรัพย์เติบโตขึ้นมาก และจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนผ่านบริษัทร่วม บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น (ACE) ซึ่ง ACE ถือหุ้นบริษัท ไทย สมายล์ บัส (TSB)  ให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะด้วยรถบัสไฟฟ้า  หลังจากได้สัมปทานเดินรถเพิ่มขึ้นอีก 71 สาย จะสั่งซื้อรถบัสไฟฟ้า อย่างน้อย 758 คัน

นอกจากนี้ TSB ยังอยู่ระหว่างเข้าลงทุนเพิ่มเติมซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท สมาร์ทบัส (SMB) ผู้เป็นเจ้าของสัญญาเดินรถรวม 37 เส้นทาง บริษัท เอ็กซา โลจิสติก  เจ้าของสัญญาเดินรถ 2 เส้นทาง และบริษัท เอ็กซา โลจิสติก เจ้าของสัญญาเดินรถ 4 เส้นทาง นอกเหนือจากการเข้าลงทุนในการให้บริการด้วยรถบัสไฟฟ้าแล้ว TSB ยังจะเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด (EST) ผู้ให้บริการเดินทางด้วยเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

ทั้งนี้หากโครงการขยายการลงทุนของ TSB เป็นไปตามแผน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของระบบขนส่งมวลชนที่จะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางของรถเมล์อย่างน้อย 122 สาย และยังเชื่อมโยงบริการเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดเป็นโครงข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการในวงที่กว้างจากกรุงเทพ ขยายไปยังจังหวัดต่อเนื่องทั้งหมด สามารถนำตั๋วร่วม นำระบบเหมาราคาถูกมาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้ และลดมลพิษในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถผลิตได้เองในประเทศไทย

” แผนธุรกิจและการเติบโตจะเป็นหนทางที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างของ BYD เป็นโฮลดิ้ง คาดจะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาส 3/2566 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาส 4 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการขยายการลงทุนในอนาคต โครงสร้างยืดหยุ่นและบริหารความเสี่ยงได้ดี สร้างผลตอบแทนที่ดีด้วย “นางสาวออมสิน กล่าว

ด้านนางสาวปทิตตา มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานธุรกิจหลักทรัพย์) บล.บียอนด์ (BYD) กล่าวว่า ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ธุรกิจโบรกเกอร์ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1-2% จากปี 2564 อยู่ที่ 0.1-0.2% และปี 2567 คาดหวังให้เพิ่มขึ้นแตะอันดับ1ใน 10 จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ รองรับและส่งเสริมผู้ลงทุนให้มีโอกาสทำผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน และรู้เท่าทันในการลงทุนในหลักทรัพย์ในทุกๆ แง่มุม

ล่าสุด BYD ได้พัฒนาโปรแกรมเทรด “Beyond Intelligence Trading” (MT5) ร่วมกับคู่ค้า เพื่อตอบสนองลูกค้า มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ และยังเป็นการขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง โดย MT5 จะเป็นโปรแกรมที่ช่วยนักลงทุนวิเคราะห์และซื้อขายหุ้นอัตโนมัติด้วย Robot และยังมีระบบอัจฉริยะ (AI) ที่คอยช่วยจับตาความเคลื่อนไหวของ Volume, Bid/Ask, Ticker ในตลาดได้รวดเร็วและเรียลไทม์ ซึ่งได้เริ่มให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว

” MT5 ช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสได้อัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้น มี AI โรบอตเฝ้าดูความเคลื่อนไหวราคา เงินไหลเข้า-ออกในตลาดและหุ้นรายตัว แบบเรียลไทม์ นักลงทุนยังสามารถใช้สร้างโมเดลในการลงทุน ราคาสามารถหลอกตาได้ แต่แนวโน้มเงินไหลเข้าออก สามารถมองเห็นฟันด์โฟลว์ จะช่วยในการเทรด”

ปัจจุบันธุรกิจหลักทรัพย์ มีฐานลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 10,000 บัญชี โดยมีบัญชีแอ็คทีฟแบบเดย์เทรดอยู่ที่เฉลี่ยราว 1,000-2,000 บัญชี  คาดหวังว่าโปรแกรมเทรด MT5 จะมีลูกค้ามาเปิดบัญชีไม่น้อยกว่า 500 บัญชี ขณะที่ตั้งเป้าปล่อยมาร์จิ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย รายกลาง และรายใหญ่