JMART จับมือ KEX รุกโลจิสติกส์ ควง VGI บุกประกันภัยครบวงจร

HoonSmart.com>>”JMART” เปิดฉากบุกตั้งแต่ไตรมาส 3/64  ร่วมมือ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” รุกธุรกิจโลจิสติกส์ ไตรมาส 4 ควงกลุ่ม “วีจีไอ” รุกธุรกิจประกันเต็มรูปแบบ ส่วน JMT เพิ่มงบซื้อหนี้อีก 1 พันล้านบาทเป็น 7 พันล้านบาทปีนี้  SINGER เพิ่มพอร์ตสินเชื่อทะลุ 1 หมื่นล้านบาท  ต้นทุนต่ำลง “กลุ่มเจ มาร์ท” ลั่นกำไร All Time High วิ่งเข้าหาเป้าเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม 

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท (JMART) เปิดเผยว่า เงินทุนจากกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะเข้ามาในช่วงปลายปี 2564  โดยในไตรมาส 3 คาดว่าจะมีความร่วมมือกับบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (KEX) เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์ และในไตรมาส 4  จะมีความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยที่ทางบริษัท  วีจีไอ (VGI) ถือหุ้นอยู่ นำมาผนึกร่วมกับธุรกิจประกันของบริษัทฯ ในการสร้างธุรกิจประกันภัยขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนที่จะสร้างการเติบโตอีกมากในอนาคต  หลังจากนำไปขยายการลงทุน เพิ่มทุนให้กับบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ประมาณ 5,400 ล้านบาท และในบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) อีก 1,300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ในการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ รองรับกับความต้องการลูกค้า และนำไปชำระหนี้ รวมถึงใช้ซื้อกิจการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโต J Curve ในอนาคต

ด้านผลงานในปี 2564 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 50% และจะเติบโตต่อเนื่อง 50% ใน 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) เนื่องจากธุรกิจภายใต้กลุ่มบริษัทฯมีการเติบโตที่ดี โดยกำไรสุทธิของ JMT และบริษัท SINGER ทำสถิติใหม่สูงสุด (All Time High) ต่อเนื่อง โดย JMT ได้เงินเพิ่มทุนมาประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าขึ้นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ มีพอร์ตบริหารหนี้ใหญ่ที่สุด ภายใน 3 ปี (2564-2566)

ส่วนบริษัท SINGER ฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น ได้เงินเข้ามาประมาณ 11,000 ล้านบาท คาดพอร์ตสินเชื่อปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000-15,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีแผนจะนำบริษัท เอสจี แคปปิตอลเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2565  ซึ่งจะมีเงินจากการระดมทุนเพิ่มเข้ามาอีกเกือบ 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมนอนแบงก์ ภายในปี 5 ปีนี้ (2564-2568)   สำหรับบริษัท เจมาร์ท โมบาย ในช่วงครึ่งหลังจะเข้าสู่ช่วงที่มียอดขายเติบโตดี (High Season) ทำให้ยอดขายมีการเติบโตดีขึ้น

นอกจากนี้ เจ เวนเจอร์ส ก็นำเหรียญ J Fin Coin ไปใช้ในกลุ่มพันธมิตร และตั้งเป้าหมายที่เป็นบริษัท Tech Company รวมถึงมีแผนที่จะจดทะเบียนในแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ตลาดต่างประเทศด้วย ส่วนบริษัท เคบี เจ แคปปิตอล (KBJ) ตั้งเป้ากำไรสุทธิปี 2564 ที่ 130 ล้านบาท ในปี 2565 จะเริ่มพัฒนาการให้บริการบัตรเครดิต คาดว่าจะเริ่มใช้ปี 2566

ด้านนายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมพิจารณาเพิ่มวงเงินลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหารในปีนี้ไปถึงระดับ 7,000 ล้านบาท จากเดิมวางไว้ที่ 6,000 ล้านบาท และในปี 2565 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนซื้อหนี้เพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาท และในปี 2566 ที่ 20,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีจากนี้จะเติบโตขึ้นเป็น 3 เท่าจากปีนี้

ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 บริษัทมีพอร์ตบริหารหนี้รวมประมาณ 217,557 ล้านบาท เป็นผู้นำพอร์ตบริหารหนี้ด้อยคุณภาพประเภทไม่มีหลักประกันที่ใหญ่สุดในประเทศ โดยเป็นหนี้ด้อยคุณภาพที่ตัดต้นทุนครบแล้ว 49,513 ล้านบาท และครึ่งปีแรกใช้งบลงทุนซื้อหนี้ไปแล้ว 3,336 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการจัดซื้อและบริหารหนี้ 84% รายได้จากการรับจ้างบริหารหนี้ 10% และรายได้จากธุรกิจประกันภัยอีก 6%

 

ติดตามข่าว หุ้นเด่นระหว่างวัน ผ่านช่องทาง Line OpenChat : https://line.me/ti/g2/wEbsUcMaP2oP45XhK3vYhQ