NRF ใส่เงิน 170 ลบ. ถือหุ้นซิตี้ฟูด 99.99% จับมือพันธมิตร ปั้นแบรนด์ใหม่

NRF ใส่เงิน 170 ลบ. ถือหุ้นซิตี้ฟูด 99.99% จับมือพันธมิตร ปั้นแบรนด์ใหม่

HoonSmart.com>>เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์’  แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าถือหุ้นในซิตี้ฟูดเพิ่มเป็น 99.99% ใช้เงินจำนวน 170 ล้านบาท หนุนสร้างฐานการผลิตเตรียมงบลงทุนด้านระบบ พัฒนากำลังการผลิตเพิ่ม 35% ประเมินผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชในปีหน้า มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ  เตรียมจับมือพันธมิตรปั้นแบรนด์ใหม่

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวน 170 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลืออีก 84.99% หรือคิดเป็นจำนวน 1,087,999 หุ้น ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัท ซิตี้ฟูด จำกัด ซึ่งเมื่อรวมกับหุ้นสามัญเดิมที่ถือหุ้น 15% หรือคิดเป็นจำนวน 129,000 หุ้น ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ส่งผลให้ในปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้นสามัญทั้งหมด 99.99% เพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้ากลุ่ม Ethnic Food และเป็นฐานการผลิตในประเทศที่สำคัญ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ทันทีหลังจากเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น

นอกจากนี้ NRF มีแผนลงทุนด้านระบบเพิ่มเติมในอนาคตอีกประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิต โดยจะนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและการบริหารจัดการข้อมูลเข้ามาใช้ คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณ 35% จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 19,000 ตันต่อปี สำหรับยอดขาย ซิตี้ฟูด ในงวด 9 เดือนของปี 2563 (ม.ค. – ก.ย.) ทำได้ 314 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 298 ล้านบาท

ปัจจุบันซิตี้ฟูดมีโรงงาน 2 แห่ง ที่จังหวัดนครปฐมและราชบุรี ซึ่งเพื่อการผลิตและส่งออกเครื่องปรุงรสภายใต้ตราสินค้า “คลาสสิคไทย” และน้ำนมถั่วเหลืองตรา “ชินโป” รวมถึงการรับจ้างผลิตอาหารชนิดต่างๆ ให้กับแบรนด์อาหารระดับโลกอีกมากมาย และเพื่อสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทที่มีรูปแบบพร้อมรองรับกระแสนิยมแห่งอนาคต (Mega Trend)  ปัจจุบันบริษัทฯได้การรับรองจากสถาบันต่าง ๆ อาทิ BRC Global Standard for Food Safety และ IFS Food เป็นต้น ซึ่งมั่นใจได้ว่าการลงทุนเพิ่มเติมในซิตี้ฟูดจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต และพร้อมปรับปรุงโรงงานผลิตของซิตี้ฟูด ให้มีความพร้อมสำหรับการรับจ้างผลิตอาหารที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ในปี 2564 คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ หลังจากที่ บริษัทฯ เริ่มนำเข้าสินค้า Plant-Based Food เพื่อขยายตลาดในประเทศ พร้อมทั้ง ได้ถือหุ้นเพิ่มเติมอีก 25% ใน Plant and Bean Ltd. ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 3,400 ตันต่อปี ให้เป็น 36,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับยอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ในกลุ่ม Plant-Based Food

“เรายังเดินหน้านำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการขยายธุรกิจตามแผนการที่เคยวางไว้ ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคต และช่วยหนุนฐานการผลิตสินค้าให้สามารถรองรับยอดคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างล้นหลาม นอกจากนี้ การที่ NRF ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยมีทั้งนักลงทุนรายใหญ่ รายเล็ก หรือแม้กระทั่งบริษัทสตาร์ทอัพ เข้ามาติดต่อให้ผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดขายมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด” นายแดน กล่าว

พร้อมกันนี้ NRF ได้เริ่มลงทุนร่วมกับพันธมิตร 2 ราย เพื่อพัฒนาแบรนด์ใหม่ คาดว่าจะเปิดตัวสินค้าได้ในปี 2564 โดยการร่วมทุนกับพันธมิตร แบ่งเป็น บริษัท โอเชียน ฮักเกอร์ (Ocean Hugger Food) ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อผลิตชูซิ Plant-Based โดย NRF ถือหุ้นสัดส่วน 88% และบริษัท Konscious Inc ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้การถือหุ้นของ Plant &Bean (บริษัทในเครือของ NRF) ในสัดส่วน 40% ร่วมกับ Mr.Yves Potin ที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Gardien ซึ่งผลิตสินค้าในกลุ่ม Plant-Based Food ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถือหุ้น 40% และ กองทุน Zynik Capital ถือหุ้น 20% ทั้งนี้ จากการร่วมลงทุนกับพันธมิตรจะส่งให้ผลการดำเนินงานของ NRF เติบโตเร็วกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างแน่นอน