NCAP โชว์ 9 เดือนกำไร 139 ลบ.โตกว่าปี 62 ทั้งปี หนี้เสียต่ำ 2%

HoonSmart.com>> “เน็คซ์ แคปปิตอล” ไตรมาส 3/63 กำไรสุทธิกว่า 68 ล้านบาท พุ่ง 106% หนุนงวด 9 เดือนกําไรสุทธิเกือบ 139 ล้านบาท โตกว่า 59% และโตกว่าปี 62 ทั้งปี ผลสำเร็จธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มีการบริหารจัดการและปรับปรุงกระบวนการติดตามหนี้มีประสิทธิภาพ หนี้เสียอยู่ระดับต่ำ 2% ท่ามกลางโควิด-19 พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตด้วยความระมัดระวัง

สมชัย ลิมป์พัฒนสิน

นายสมชัย ลิมป์พัฒนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล (NCAP) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจในปี 2563 เป็นปีที่ประสบความสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นอีกปีที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการ และยังคงความสามารถในการเติบโต พร้อมประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/2563 สถานการณ์ COVID-19 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น บริษัทฯ พร้อมขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างรัดกุม เพื่อรองรับความต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ ควบคู่การติดตามและทวงถามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ทั้งนี้ ล่าสุดผลประกอบการของบริษัทฯ งวดประจำไตรมาส 3/2563 (สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2563) บริษัทฯ มีกําไรสุทธิอยู่ที่ 68.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 106.17% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 33.09 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 289.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.02 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 9.06% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 265.18 ล้านบาท โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าติดตามทวงถามหนี้และรายได้หนี้สูญได้รับคืน อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงกระบวนการติดตามหนี้และทวงถามหนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้ออยู่ที่ 214.86 ล้านบาท ลดลง 13.86 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.06% เนื่องจากจํานวนสัญญาเช่าซื้อใหม่ลดลงจากผลกระทบของสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สําหรับผลการดําเนินงานสําหรับงวด 9 เดือนแรก ปี 2563 บริษัทมีกําไรสุทธิอยู่ที่ 138.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 59.08% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 87.30 ล้านบาท และเติบโตกว่าปี 2562 ทั้งปีที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 126.24 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 851.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.42 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 15.22% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 738.67 ล้านบาท

ณ 30 ก.ย.2563 บริษัทฯ มีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ในระดับต่ำต่อเนื่องที่ประมาณ 2% และปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขาครอบคลุมทุกภูมิภาคจำนวน 24 สาขา มีตัวแทนจำหน่ายเป็นพันธมิตรราว 600 ราย มีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อรวมในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 3,700 ล้านบาท

อีกทั้ง บริษัทฯ อยู่ระหว่างขยายฐานลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อขยายพอร์ตไปยังตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่กำลังเติบโตภายหลังสถานการณ์ COVID-19 พร้อมกับพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่หลากหลาย ในปี 2564 มีแผนจะขยายเพิ่มจำนวน 1 แห่ง และในปี 2565 จำนวน 2 แห่ง

“หลังจากเราประสบความสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา เราพร้อมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับขยายธุรกิจอย่างคุ้มค่า ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านไฟแนนซ์ และมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันให้ NCAP เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนเตรียมนำไปใช้เป็นเงินทุนในการลงทุนในระบบสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการสินเชื่อ และระบบสนับสนุนการทำงานร้อยละ 5 ของเงินที่ได้รับ ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ร้อยละ 15 ของเงินที่ได้รับ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจร้อยละ 80 ของเงินที่ได้รับ” นายสมชัย กล่าว