W ลั่น”โดมิโน่พิซซ่า” ป้อนรายได้ 50% หนุนปี 64 เห็นกำไร

W ลั่น”โดมิโน่พิซซ่า” ป้อนรายได้ 50% หนุนปี 64 เห็นกำไร

HoonSmart.com>>“วาว แฟคเตอร์” คาดซื้อกิจการ Domino’s Pizza จะเสร็จเดือน ต.ค. 63  มีแผนขยายสาขาเพิ่ม  ลุ้นปี 64 พลิกมีกำไร ตั้งเป้ารายได้ 300-400 ล้านบาท มาจากธุรกิจโดมิโน่พิซซ่าประมาณ 50% แบรนด์อาหารอื่นโต ขยายสาขาเพิ่มเช่นกัน

 

นายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วาว แฟคเตอร์ (W) เปิดเผยว่า บริษัทฯคาดว่าขั้นตอนการเข้าซื้อธุรกิจอาหารโดมิโน่พิซซ่า หรือ Domino’s Pizza จะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือน ต.ค. 63 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 24 ส.ค. นี้ มูลค่าประมาณ 430 ล้านบาท แหล่งเงินทุนมาจากการเพิ่มทุนประมาณ 200 ล้านบาทและจากการขายสินทรัพย์ของธุรกิจเดิม ซึ่งได้วางมัดจำการเข้าซื้อไปแล้ว 100 ล้านบาท

สำหรับ Domino’s Pizza  แบรนด์พิซซ่าจานด่วนสัญชาติอเมริกา เข้ามาเปิดในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 4-5 ปี และมีสาขารวมอยู่ทั้งหมด 27 สาขา บริษัทฯใช้ระยะเวลาการศึกษาธุรกิจมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี  เชื่อว่าหากได้เข้าไปบริหารจัดการแล้วจะมีผลประกอบการที่เติบโตและประสบความสำเร็จเหมือนกับการขยายสาขาในประเทศอื่นๆแน่นอน  และมีแผนในการขยายสาขาเพิ่ม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัท

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรในปี 2564  จากเป้าหมายรายได้ที่ประมาณ  300-400 ล้านบาท โดยจะมาจาก Domino’s Pizza สัดส่วน 50% ส่วนที่เหลือจะมาจากธุรกิจอาหารแบรนด์ต่างๆ ได้แก่ 1.บริษัท เบค ชีส ทาร์ต (ไทยแลนด์)  ซึ่งทำร้านขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นแบรนด์ Bake, Zaku Zaku และ Rapl 2.บริษัท อีสเทิร์นควีซีน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำร้านชาบู Kagonoya และ 3.บริษัท เครปส์ แอนด์ โค. ดีเวล๊อปเม้นท์ ทำร้าน Crepes and Co. และ Le Boeuf

ปัจจุบันแบรนด์ Bake, Zaku Zaku และ Rapl  4 สาขา ร้านชาบู Kagonoya มี 8 สาขา ตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มเป็น 12 สาขาภายในปี 2564 ร้าน Crepes and Co. จากที่มีอยู่ 3 สาขา จะขยายอีก 2-3 สาขา และ Le Boeuf มี 1 สาขา เตรียมขยายอีก 3-4 สาขา ซึ่งบริษัทจะเน้นการขยายสาขาในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ค่าเช่าสมเหตุผลเพื่อที่จะทำให้บริษัทมีมาร์จิ้นที่ดี

“เราคาดว่าไตรมาส 1/64 จะเห็นภาพธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ขอเวลาปรับกลยุทธ์ของธุรกิจทั้งหมด  คาดสิ้นปีหน้า จะเห็นกำไร และปี 65 คาดรายได้จะโตเป็นสองเท่า” นายณัฐวุฒิกล่าว

ด้านผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2563 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ขาดทุน 30 ล้านบาท แต่แย่ลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีขาดทุน 19 ล้านบาท โดยรวม 6 เดือนแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน