SCBAM : “ความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนเพิ่มขึ้น ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น”

SCBAM : “ความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนเพิ่มขึ้น ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น”

SCBAM Market Insight : รายงานภาวะตลาด ประจำวันที่ 8-12 มิ.ย.2563

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มดำเนินการผ่อนปรนมาตรการ Lockdown และมีแผนการที่จะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นในระยะข้างหน้า หลังสหรัฐฯ ประกาศ sanction เจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกงที่เกี่ยวข้องกับการผ่านกฎหมายความมั่นคงของจีนที่มีผลต่อความเป็นอิสระของฮ่องกง และมีการปรับคำเตือนการเดินทางไปยังฮ่องกงเพราะมีความเสี่ยงจากการถูกติดตามและลงโทษโดยทางการจีน นอกจากนั้นสหรัฐฯ จะติดตามพฤติกรรมของบริษัทจีนที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดสหรัฐอีกด้วย

จำนวนผู้ว่างงานขอรับสวัสดิการครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1.88 ล้านราย ซึ่งชะลอลงเป็นสัปดาห์ที่ 9 หลังการผ่อนปรนมาตรการ Lockdown อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นในแต่ละสัปดาห์ยังอยู่ในระดับล้านรายซึ่งถือว่าสูงมาก โดยหากเทียบกับช่วง Subprime Crisis ในปี 2009 จำนวนผู้ว่างงานขอรับสวัสดิการครั้งแรกทำจุดสูงสุดเพียง 6.6 แสนคนเท่านั้น

ECB เพิ่มวงเงินมาตรการ Pandemic Emergency Public Purchase (PEPP) อีก 6 แสนล้านยูโร และต่ออายุมาตรการไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2021 โดยการเพิ่มวงเงินล่าสุดทำให้วงเงิน QE พิเศษ PEPP ปัจจุบันอยู่ที่ 1.35 ล้านยูโร อีกทั้ง ECB ยังคงย้ำพร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องมือทางการเงินที่มีตามความเหมาะสม เพื่อหนุนให้เงินเฟ้อฟื้นตัวขึ้นกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ได้อย่างยั่งยืน

ดัชนี PMI ภาคการผลิตของทางการจีนเดือน พ.ค. ปรับตัวลดลง -0.2 จุด เป็น 50.6 จุด สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 51.1 จุด สะท้อนกิจกรรมประเทศคู่ค้าที่อ่อนแออย่างมากจากผลกระทบของ COVID-19 และนับเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ ส่งผลให้รัฐบาลจีนตัดสินใจระงับการประกาศเป้า GDP ปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย อย่างไรก็ตามภาคบริการของจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐผ่านการเร่งลงทุนโครงสร้างฟื้นฐาน

OPEC อาจเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 17-18 มิ.ย. เป็นอย่างน้อย เพื่อรอดูท่าทีของสมาชิกของ OPEC หลังไม่สามารถลดการผลิตขั้นแรกที่ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ตามเป้า โดย OPEC รายงานตัวเลขปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของทั้งกลุ่ม OPEC-10 ในเดือน พ.ค. ลดลง -5.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 22.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังเกินเป้าหมายตามข้อตกลงลดปริมาณการผลิตอยู่ -1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้มีความเสี่ยงที่กลุ่ม OPEC+ จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาลดปริมาณการผลิตในขั้นแรกที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลในครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบได้ผ่านจุดต่ำสุดในเดือนเม.ย.มาแล้ว และคาดว่าตลาดน้ำมันดิบจะกลับสู่จุดสมดุลอีกครั้งในไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป

แนะนำเปลี่ยนการลงทุนจาก SCBTEQ เป็น SCBBANKING เนื่องจากตลาดเริ่มกลับมาสนใจกลุ่ม Cyclical Sector จาก Valuation ที่ถูก และมีโอกาสฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ หลังการผ่อนปรนมาตร lockdown

แนะนำลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากการประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น จึงมีการประกาศเคอร์ฟิวในเกือบ 40 เมือง ซึ่งขณะนี้ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชาติ 5,000 นาย ไปยัง 15 รัฐทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ COVID–19 และประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน

กลยุทธ์การลงทุน

“ซื้อ” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET BANKING SECTOR INDEX (SCBBANKING)

“ขาย” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยอิควิตี้ (SCBTEQ)

“ลดน้ำหนักการลงทุน” กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)