HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,515 และ 1,500 จุด ส่วนแนวต้าน 1,530 และ 1,550 จุด หลังจากแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 เดือนช่วงท้ายสัปดาห์ก่อน ดัชนี SET เคลื่อนไหวตามผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (3 พ.ย.) เงินเฟ้อเดือนต.ค. -กำไรบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยคาดเคลื่อนไหวระดับ 33.30-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (2-6 พ.ย. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,515 และ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,530 และ 1,550 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนต.ค. ของยูโรโซน อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ของยูโรโซน
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET index ปรับตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ โดยมีแรงซื้อต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มท่องเที่ยวเข้ามาหนุน ก่อนจะปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี หลังจากบจ. รายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ แรงขายหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจากความกังวลเรื่องแนวโน้มการทำกำไรหลังภาครัฐประกาศปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 33.30-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33.80 สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้มและให้น้ำหนักกับการดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อ แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนต.ค. นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มเติมจากความต้องการซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังผลการประชุมกนง. ซึ่งแม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ 1.00% แต่ตลาดตีความจากแถลงการณ์หลังการประชุมว่า โอกาสของการลดดอกเบี้ยน่าจะยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจากกนง. ส่งสัญญาณติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อและผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน
นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายเพื่อปรับโพสิชัน สอดคล้องกับการย่อตัวกลับลงมาของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบเดิม 3.75-4.00% ตามที่ตลาดคาด และน่าจะมีแรงกดดันทางอ้อมเพิ่มเติมหลัง ECB และ BOJ ส่งสัญญาณเตรียมคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมรอบถัดไปในเดือนธ.ค.
ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (22 ต.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 26-30 ต.ค. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทย 460 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,548 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 2,148 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 400 ล้านบาท)
———————————————————————————————————————————————————–

