ดาวโจนส์ปิดบวก 15 จุด หุ้น AI หนุน รอเฟดตัดสินใจดอกเบี้ย

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 27 ต.ค. 2569 ปิดบวก ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 1.18% นำด้วยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามกำลังเข้มข้นขึ้น และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มการประชุมครั้งรองสุดท้ายของปี  ราคาน้ำมันดิบลดลงต่อ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,377.57 จุด เพิ่มขึ้น 15.99 จุด, +0.03%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,722.60 จุด เพิ่มขึ้น 45.83 จุด, +0.60%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,477.81 จุด เพิ่มขึ้น 308.43 จุด, +1.18%

กระแสข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัท Anthropic ช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน หลังจากที่ความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจด้วยหนี้ในภาวะที่ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ในเดือนนี้

หุ้น Broadcom ปรับขึ้น 4% หลังจากกลุ่มธนาคาร ซึ่งประกอบด้วย Bank of America, Citi และ Morgan Stanley ร่วมกับ Blackstone ประกาศวงเงินสินเชื่อจำนวน 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการจัดซื้อเทคโนโลยีของ Broadcom ให้แก่บริษัท Anthropic ทั้งนี้ หุ้นของผู้ผลิตชิปรายอื่นต่างปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยหุ้นของ Micron Technology ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 3% ในขณะที่หุ้นของ Advanced Micro Devices ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5%

Meta ได้เพิ่มมูลค่าการระดมทุนผ่านส่วนของผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเป็น 97.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจด้าน AI ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทแม่ Facebook ปรับตัวลดลง 1.6%

ข้อมูลทางเศรษฐกิจบ่งชี้ว่ามีการสั่งซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มขึ้น สนับสนุนแนวคิดที่ว่ามีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างแข็งแกร่ง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เริ่มการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนต.ค.ในวันอังคาร โดยเครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่าตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ถึง 4% และจะเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สองของปีนี้ไปไว้ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีในเดือนธ.ค.นี้

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ดูเหมือนจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเฟด จะยังไม่ดำเนินการใดๆ ในการประชุมครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังจะมีการเลือกตั้งในวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งน่าโล่งใจไม่น้อยที่สถานการณ์เรื่องอัตราดอกเบี้ยจะไม่เข้ามาเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวขึ้นของตลาด
นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน หลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และโมห์เซน เรซาอี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ได้หารือกันเกี่ยวกับเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติความ

นักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีรอรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามของ Alphabet และ Microsoft ในวันพุธนี้ หลังขานรับผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาดของ Coca-Cola และบริษัทฟินเทคอย่าง SoFi Technologies Inc.

บริษัทในดัชนี S&P 500 เกือบครึ่งหนึ่งได้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 แล้ว โดยข้อมูลล่าสุดจาก LSEG ระบุว่า 83% ของบริษัทเหล่านี้มีผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

หุ้น Boeing ร่วงลง 10.7% หลังจากบริษัทรายงานผลขาดทุนในไตรมาสที่ 3 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้น Xylem บริษัทด้านการจัดการน้ำ ปรับตัวลดลง 14.2% หลังจากปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปีลง

หุ้น United Parcel Service ปรับตัวขึ้น 5.8% หลังจากบริษัทขนส่งพัสดุแห่งนี้ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไรประจำปีขึ้น

หุ้นสายการบิน JetBlue พุ่งขึ้น 19% แม้ว่าบริษัทจะรายงานผลขาดทุนในไตรมาสที่ 3 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทระบุว่าคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 7.5 จุด สู่ระดับ 91.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน และสูงกว่า 81.2 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งฟื้นตัวจากที่ปรับตัวลดลงในช่วงแรกเพราะหุ้นธนาคาร HSBC ได้กดดันบรรยากาศการลงทุนหลังจากรายงานรายได้รายไตรมาสต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 643.68 จุด เพิ่มขึ้น 3.02 จุด, +0.47%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,686.54 จุด ลดลง 80.79 จุด, -0.75%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,887.14 จุด เพิ่มขึ้น 39.82 จุด, +0.51%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,590.77 จุด เพิ่มขึ้น 179.93 จุด, + 0.71%

การปรับตัวขึ้นช่วยให้ดัชนี STOXX 600 มีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น ก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs คาดว่า คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB จะสื่อสารในเชิงสมดุล โดยคำนึงถึงทั้งความเสี่ยงขาขึ้นที่ยังคงมีอยู่จากราคาพลังงาน ข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐานที่อยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล และภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น

หุ้น AT&S ผู้ผลิตแผงวงจรจากออสเตรีย และ Besi ผู้ผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมชิปจากเนเธอร์แลนด์ เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดในดัชนี โดยเพิ่มขึ้น 11.5% และ 11.4% ตามลำดับ

Applied Materials ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Besi เป็นประมาณ 20%
นอกจากนี้ หุ้นของ SIG Group จากสวิตเซอร์แลนด์ยังปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10% หลังจากบริษัทรายงานยอดขายในไตรมาสที่ 3 ที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์

ริชาร์ด แฟลกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Moneyfarm กล่าวว่า โดยภาพรวมแล้ว ผลประกอบการถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดหุ้นยังคงมีความระมัดระวัง โดยไม่แน่ใจว่าผลการเติบโตที่แข็งแกร่งมากในช่วงที่ผ่านมาจะต่อเนื่องหรือไม่
ผลประกอบการของ HSBC ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กลับสวนทางกับแนวโน้มผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของภาคธนาคารในช่วงที่ผ่านมา สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน และราคาหุ้นลดลงกว่า 5% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 เดือน หลังจากรายได้ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตที่ชะลอตัวในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth business)
การปรับตัวลดลของ HSBC ฉุดดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษร่วงลง 0.75%

ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปรับขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ร่วงลงกว่า 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์การประท้วงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซน

กลุ่มผู้นำนักศึกษายืนยันที่จะเดินหน้าประท้วงต่อไป แม้ว่ารัฐบาลจะยอมผ่อนปรนในประเด็นด้านการศึกษาแล้วก็ตาม โดยในขณะนี้การเคลื่อนไหวได้ขยายวงกว้างไปยังกลุ่มสหภาพแรงงานและนักเคลื่อนไหวกลุ่มอื่น ๆ แล้ว

ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในฝรั่งเศสปรับตัวลดลงในเดือนตุลาคม สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2013

หุ้นบริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติสวิส Novartis เพิ่มขึ้น 1% หลังจากบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานหลักตลอดทั้งปี

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นประมาณ 2% ตามทิศทางความเชื่อมั่นเชิงบวกในตลาดโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัท Anthropic ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO)

ส่วนดัชนีกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% สอดคล้องกับราคาโลหะพื้นฐานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 1.86 ดอลลาร์ หรือ 1.83% ปิดที่ 99.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.93 ดอลลาร์ หรือ 1.67% ปิดที่ 113.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–