HoonSmart.com>>บล.ดาโอเผยฟิทช์เรทติ้งส์ มองความเสี่ยงไทยลดลง ส่งสัญญาณเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศ ส่งผลต่อเนื่องถึงแนวโน้มธนาคารไทย เชียร์ซื้อ KTB-KBANK ถือ TTB ด้าน 7 แบงก์แห่ขึ้น XD สัปดาห์นี้ เสี่ยงกดราคาหุ้น บล.ฟินันเซียไซรัสมองแบงก์น่าลงทุนระยะยาว ปลอดภัยจากดอกเบี้ยไม่ลดลง สินเชื่อเริ่มขยับ ปันผลสูง แนะ KTB,SCB,KBANK พร้อมคัด 18 หุ้นเด่นได้ประโยชน์ Data Center

บล.ดาโอรายงานว่า สถาบันจัดอันดับฟิทช์ เรทติ้งส์ มองความเสี่ยงประเทศไทยลดลงจากเมื่อหนึ่งปีก่อน การเมืองมีเสถียรภาพขึ้น เศรษฐกิจรับมือแรงกดดันดีขึ้น ส่งสัญญาณบวกก่อนทบทวนอันดับเครดิตรอบใหม่ในปี 2569 อาจจะเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook ) จากปัจจุบันที่ Negative ซึ่งมีแนวโน้มกลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์ด้วย จึงยังคงให้น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงได้จบรอบไปแล้ว ประกอบกับมีอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6% สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% รวมถึง valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.98เท่าของมูลค่าหุ้นทางบัญชี หรือ PBV (-0.25SD below 10-yr average PBV)
ทั้งนี้เลือก KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) และ KBANK (ซื้อ/เป้า 270.00 บาท) เป็น Top pick และคาด KTB และ TTB (ถือ/เป้า 3.20 บาท) จะได้รับ sentiment บวกจากประเด็นข่าวนี้มากที่สุด ราคาหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ ธนาคาร 7 แห่ง ประกาศขึ้น XD ในสัปดาห์นี้ (7-9 ก.ย.2569 ) อาจจะกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลงเท่ากับหรือน้อยกว่าเงินปันผลที่กำหนดจ่ายระหว่างกาลปี 2569
น.ส. จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า หุ้นแบงก์ในระยะยาวยังน่าลงทุน ที่ผ่านมา 2 ปี ธนาคารแทบจะไม่ปล่อยสินเชื่อ กลับนำเงินมาจ่ายเงินปันผล อัตราผลตอบแทบ 8-10% ปัจจุบันสินเชื่อเริ่มขยับ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจ ทำให้กำไรดีขึ้น ดอกเบี้ยนโยบายไม่ลดลง คงจะอยู่ที่ 1.00% จึงไม่มีปัจจัยลบต่อธุรกิจปลอดภัยสำหรับการลงทุน คุณภาพหนี้ดี แนะนำซื้อ KTB,SCB,KBANK ส่วน TTB ราคาใกล้จะเต็มมูลค่า
นอกจากนั้นยังแนะนำซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 แถลงว่าจะจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำและกรอบนโยบายสำหรับกำกับดูแล Data Center ทั้งระบบให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยจะครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อาคาร ความปลอดภัย น้ำ ไฟฟ้า และความมั่นคงปลอดภัยของระบบดิจิทัล
ทั้งนี้มองว่าการออกมาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของประเทศอื่น และจะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของ Data Center ในประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความต้องการลงทุนหรือทำให้โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาต้องหยุดชะงัก เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการได้รับอนุมัติแล้ว และส่วนใหญ่มีแผนพัฒนาอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์ที่เอื้อต่อประโยชน์ของประเทศเป็นการคัดกรอง supply chain ทำให้เป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการไทยที่มีมาตรฐาน ช่วยลดความได้เปรียบจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบการต่างชาติ ธีมการลงทุนใน Data Center หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่
1. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้อานิสงส์จากการจัดโซนนิ่งและหากกำหนดให้ต้องทำ EIA (WHA, AMATA, FPT)
2. ผู้ก่อสร้าง ติดตั้ง และบำรุงรักษา (INSET, STECON, PYLON, CNT)
3. เจ้าของ Network ที่มี Digital infrastructure พร้อมให้เช่า (ADVANC, GULF, TRUE)
4. ผู้ประกอบการเชื่อมต่อ, วางระบบ (ITEL, GABLE, AIT)
5. ผู้ให้บริการไฟฟ้า-น้ำ (WHAUP, BGRIM)
6. ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์จัดการระบบไฟฟ้า สายไฟ และวัสดุอื่น (DELTA, EPG, ILINK)
อ่านข่าวอื่นๆ :
‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’นัดแรกสั่งลุย เห็นชอบร่างนโยบายฯ ขอ1เดือนจัดระเบียบ
