SSP การเงินแกร่ง-กำไรฉ่ำขาย ‘ยามากะ’กำเงินขยายพอร์ตเพิ่ม หุ้นต่ำบุ๊ค-ยีลด์ดี

HoonSmart.com >> SSP  การเงินแกร่ง กำไรฉ่ำ ! ขายโรงไฟฟ้ายามากะ รับกำไรพิเศษ Q3 ลุ้น !  กำเงินลงทุนขยายพอร์ตเพิ่มเติมทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ  หุ้นต่ำบุ๊ค  เป้า 5.60 บ. ยีลด์ เงินปันผลราว 4-5% ต่อปี 

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) เดินหน้าเร่งเครื่องขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน หลังปิดการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “ยามากะ” ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์เป็นที่เรียบร้อย Q3/69 รับรู้กำไรพิเศษจากรายการดังกล่าวทันที ขณะที่เงินที่ได้รับจะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง เสริมเงินทุนหมุนเวียน และนำไปลดหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย เปิดทางให้บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่

นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน SSP เปิดเผยว่า การขายโครงการยามากะ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารพอร์ตลงทุนให้มีความสมดุล โดยกระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหลากหลายรูปแบบพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว

จุดเด่นสำคัญ อยู่ที่กำไรพิเศษก้อนใหญ่ใน Q3/69 โดยบริษัทจะบันทึกกำไรจากการขายโครงการยามากะเข้ามาในไตรมาส 3 ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ประเมิน กำไรพิเศษจากรายการดังกล่าวไว้ราว 500 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าว

@@@ ครึ่งปีหลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัว

แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน โดยเฉพาะการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นในไตรมาส 3 ก่อนที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยและเวียดนามจะเข้าสู่ช่วงที่มีกระแสลมดีขึ้นในไตรมาส 4

นอกจากนี้ SSP จะได้รับประโยชน์จากโครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในญี่ปุ่นที่รับรู้รายได้เต็มปี รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต หรือ Repowering ของโรงไฟฟ้า SPN ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและสนับสนุนรายได้ในระยะถัดไป

ขณะเดียวกันยังเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 4/69 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ SSP มีโรงไฟฟ้าขยะเข้ามาในพอร์ต จุดเด่นคือสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มี Capacity Factor สูงกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อีกทั้งยังมีรายได้จากค่ากำจัดขยะเข้ามาช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสเงินสด

@@@ เงินทุนพร้อม ลุย PDP 2026

SSP ยังเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้ PDP 2026 ทั้งโซลาร์และวินด์ฟาร์ม หลังทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศให้น้ำหนักกับพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero รวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจาก Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล

ฝ่ายบริหารมองว่า SSP มีความพร้อมทั้งด้านฐานเงินทุนและประสบการณ์พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน จึงมีโอกาสขยายพอร์ตเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ซึ่งมีโครงการภายใต้ Green Energy Auction Program (GEAP) เปิดให้ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนเข้าร่วมประมูลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสในไทยจากโครงการโซลาร์ชุมชน

@@@ ตั้งเป้า 720 MW ปี 70 สู่ 1,000 MW ปี 75

สำหรับแผนระยะยาว SSP ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตรวมเป็น 720 เมกะวัตต์ในปี 2570 และผลักดันสู่ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 โดยมีโครงการที่เตรียมทยอย COD ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

โครงการสำคัญประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 108.6 เมกะวัตต์และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ในฟิลิปปินส์ 150 เมกะวัตต์ ซึ่งมีแผน COD ในปี 2570 ขณะที่ยังมีโครงการอื่นทยอย COD ต่อเนื่องถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์

ด้านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 SSP มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท 325.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 311.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% และมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,572.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9%

@@@ โบรกฯ มองกำไรผ่านจุดต่ำสุด หุ้นยังมีส่วนต่าง

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า กำไรปกติของ SSP ในไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน จากฤดูร้อนของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่น รวมถึงคาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีทิศทางดีขึ้นหลังผ่านช่วงโลว์ซีซันในไตรมาส 2 ขณะที่กำไรสุทธิจะได้แรงหนุนจากกำไรพิเศษขายโครงการยามากะราว 500 ล้านบาท

เอเซีย พลัส ปรับราคาเหมาะสม SSP เป็น 5.60 บาท สำหรับปี 2570 โดยยังไม่รวมโครงการวินด์ฟาร์ม Bago ขนาด 150 MW ในฟิลิปปินส์ เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนขอสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA พร้อมมองว่ากำไรปกติได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้วในไตรมาส 2/69 และภาพรวมกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากโครงการใหม่ที่ทยอยเข้ามา

ด้าน Valuation หุ้น SSP ซื้อขายที่ P/E ประมาณ 10.08 เท่า ขณะที่มูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 5.78 บาทต่อหุ้น เมื่อเทียบกับราคาหุ้นล่าสุดในช่วง 5.45 บาท สะท้อนว่า ราคาหุ้นยังอยู่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และต่ำกว่าราคาเป้าหมายของเอเซีย พลัส ขณะที่โบรกฯ คาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4-5% ต่อปี