บลจ.แอสเซท พลัส มอง”หุ้นเซมิคอนดักเตอร์-ชิป”ผันผวนระยะสั้น ราคาย่อตัวจังหวะสะสม


 

ช่วงที่ผ่านมาเกิดความผันผวนของราคาหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ Memory จาก 2 เรื่องหลัก นั่นก็คือ

1. Meta เตรียมนำกำลังประมวลผลของ AI Cloud บางส่วนออกมาให้เช่า จนเกิดคำถามว่าบริษัทอาจลงทุน Data Center มากเกินความต้องการ

2. OpenAI เปิดเผยว่าสามารถลดต้นทุน Inference ลงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ทำให้ตลาดกังวลว่าความต้องการ GPU อาจลดลงตามไปด้วย

แม้ข่าวเหล่านี้จะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ บลจ. แอสเซท พลัส มองว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง

เพราะการปล่อยเช่า AI Cloud ของ Meta อาจเป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ มากกว่าการส่งสัญญาณลด AI Capex ส่วนต้นทุน AI ที่ถูกลงก็อาจช่วยให้ผู้บริโภคและองค์กรนำ AI ไปใช้ได้กว้างขึ้น จนความต้องการประมวลผลรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

และที่สำคัญ ประมาณการกำไรของหุ้น Semiconductor ยังแข็งแรง โดย EPS ของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ถูกปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 68% ตั้งแต่ต้นปี ส่วนฝั่งเอเชียถูกปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 143% สะท้อนว่าราคาหุ้นที่ย่อลง ยังไม่ได้มาพร้อมกับการอ่อนตัวของปัจจัยพื้นฐาน (Source: Asset Plus Weekly Invest 6 July 2026)

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังเดินหน้าเพิ่ม AI Capex ขณะที่ราคาน้ำมันและตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ทำให้แรงกดดันด้านดอกเบี้ยอาจลดลง และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น Growth และ Technology

มุมมองของบลจ. แอสเซท พลัส จึงประเมินว่า การปรับฐานรอบนี้อาจเป็นเพียง Noise in Prices จากอารมณ์ตลาดขณะที่ Strength in Fundamentals ของ AI และ Semiconductor ยังอยู่

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของ AI บลจ. แอสเซท พลัส มีคัดมาให้ถึง 4 กองทุน

ASP-AIEQ (ความเสี่ยงระดับ 6)
ลงทุนในธีม AI แบบครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ชิป Memory, Networking และโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงบริษัทที่นำ AI ไปใช้งานจริง เน้นคัดเลือกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรงและมีรายได้จากธีมนี้อย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่อยากลงทุน AI แบบกว้าง ไม่กระจุกอยู่แค่หุ้นเทคขนาดใหญ่

กองทุนแนะนำ: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนช์ อิควิตี้โกรท (ASP-AIEQ)
Link: https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template02.aspx?id=132

A-ASEMI (ความเสี่ยงระดับ 7)
เน้นหุ้น Semiconductor ในเอเชีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของการผลิตชิปโลก ครอบคลุมทั้ง Memory, Foundry, ผู้ออกแบบชิป และอุปกรณ์ผลิต Semiconductor จึงมีโอกาสรับแรงหนุนโดยตรงจากการเร่งลงทุนด้าน AI Infrastructure ทั่วโลก

กองทุนแนะนำ: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ (A-ASEMI)
Link: https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=257

ASP-CSEMI (ความเสี่ยงระดับ 7)
รับโอกาสจากการสร้างอุตสาหกรรม Semiconductor ของจีนแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิต Memory, Foundry ไปจนถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป โดยมีแรงสนับสนุนจากเป้าหมายของจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและสร้าง Supply Chain ของตัวเอง

กองทุนแนะนำ: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไชน่า เซมิคอนดักเตอร์ อิควิตี้ (ASP-CSEMI)
Link: https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=262

A-AIRR (ความเสี่ยงระดับ 7)
ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากธีม Reshoring หรือการย้ายฐานการผลิตกลับเข้าสู่ประเทศ ครอบคลุมธุรกิจโรงงาน เครื่องจักร วิศวกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายพอร์ตออกจากหุ้น AI และ Semiconductor

กองทุนแนะนำ: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส ยูเอส อินดัสเทรียล เรอเนซองส์ (A-AIRR)
Link: https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=256

 

โดยทั้ง 4 กองทุนจะเหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ การย่อตัวอาจเป็นจังหวะทยอยสะสม มากกว่าการตีความว่ารอบการเติบโตของ AI สิ้นสุดลงแล้ว

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 📞 02-672-1111 หรือเข้าไปที่เว็ปไซต์ www.assetfund.co.th

#AssetPlus #ASPAIEQ #AASEMI #ASPCSEMI #AAIRR
 

คำเตือน “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
กองทุน ASP-CSEMI และ A-ASEMI กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
กองทุน A-AIRR กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Industrials จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
กองทุน ASP-CSEMI A-ASEMI และ A-AIRR กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินทุนเริ่มแรกได้
กองทุน ASP-AIEQ เฉพาะส่วนที่มีการลงทุนในต่างประเทศป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่า เงินลงทุนในต่างประเทศทั้งนี้ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้