HoonSmart.com>>หุ้นนิคมฯ AMATA กับ WHA ใครส่องประกายเหนือกว่า ด้าน Margin พุ่ง-กระแสเงินสดแกร่ง – ส่งสัญญาณ Q3/69 โตแรงต่อเนื่อง
บล.บัวหลวง รายงาน ภาพรวมกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไตรมาส 2/2569 โชว์ผลงานแตกต่างกันชัดเจน โดย AMATA โดดเด่นสุดด้วยกำไรหลักพุ่งขึ้น 767% YoY จากการโอนที่ดินชลบุรีที่มี Margin สูงและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ขณะที่ WHA เผชิญยอดโอนชะลอตัวและยอดขายที่ดิน (Presales) ที่ยังต้องลุ้นหนักในครึ่งปีหลัง ชู AMATA เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่มด้วยราคาเป้าหมาย 40 บาท
ภาพรวมกำไรหลักในไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท (+62% YoY, -29% QoQ) ทว่าหากเจาะลึกเป็นรายบริษัทจะเห็นทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
AMATA: ทำกำไรหลักพุ่งสูงถึง 1.34 พันล้านบาท (+767% YoY, +2% QoQ) จากการโอนที่ดินรวม 288 ไร่ โดยทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin: GM) จากการขายที่ดินสูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ 66.2% ซึ่งได้รับอานิสงส์หลักจากสัดส่วนการโอนพื้นที่ในจังหวัดชลบุรีที่มี Margin สูง
WHA: รายงานกำไรหลักอยู่ที่ 659 ล้านบาท (-39% YoY, -56% QoQ) เนื่องจากยอดโอนลดลงเหลือ 208 ไร่ และอัตรากำไรขั้นต้น (GM) จากการขายที่ดินลดลงเหลือ 28.3% (แม้ว่าหากปรับ Fair-value remeasurement แล้วจะอยู่ที่ 68.2%)
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่า AMATA จะยังคงมีโมเมนตัมผลประกอบการที่ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้ม 3Q26 ของ AMATA: คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างโดดเด่น YoY และทรงตัว QoQ จากการโอนพื้นที่ชลบุรีต่อเนื่อง ประกอบกับดีมานด์ที่แข็งแกร่งในกลุ่ม Data Center และ Semiconductor Supply Chain
ความท้าทายของ WHA: ยังต้องรอการเร่งตัวของยอดขายที่ดิน (Presales) หลังจากช่วงครึ่งปีแรก (1H26) ทำได้เพียง 1,199 ไร่ หรือคิดเป็น 48% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 2,500 ไร่ ส่งผลให้มีความเสี่ยงราว 8–10% ต่อสมมติฐาน Presales ทั้งปี แม้ว่ากำไรไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะฟื้นตัว YoY และ QoQ แต่นั่นเป็นเพราะผลมาจากฐานที่ต่ำในอดีต
แรงหนุนระยะกลาง ด้านอุปสงค์ (Demand) ระยะกลางยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก จากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกช่วงปี 2023 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 (1H26) รวมทั้งสิ้น 4,566 โครงการ มูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท (คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ)
โดยกลุ่มหลักที่เข้ามาลงทุน ได้แก่ Digital, Electronics/Electrical Appliances และ Automotive ซึ่งสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ระดับโลก ได้แก่ EV, Data Center และ Semiconductor
นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน และแรงงาน กำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับ FDI โดยเฉพาะความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,615 ล้าน ลบ.ม. ภายในปี 2037 (+22% จากปี 2024) และความต้องการในภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นถึง 58%
มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย (Fundamental View) ยังคงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” (OVERWEIGHT) สำหรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แต่เลือกลดความเสี่ยงโดยยกให้ AMATA เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ด้วยเหตุผลทางด้านโครงสร้างทางการเงิน
ระดับหนี้สินและกระแสเงินสด (Gearing & FCF)
AMATA: มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing) ต่ำเพียง 0.6–0.7 เท่า และมีกระแสเงินสดอิสระ (FCF) พลิกกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 2026 ช่วยรองรับการขยายธุรกิจและการเพิ่มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
WHA: มี Net Gearing สูงกว่าอยู่ที่ 1.2–1.3 เท่า และ FCF ยังคงติดลบในปี 2026 ทำให้ต้องพึ่งพาการใช้เงินกู้หรือการขายสินทรัพย์มากกว่า
สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมาย
AMATA: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท
WHA: แนะนำ “ถือ” รา
คาเป้าหมาย 5.50 บาท
