ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก แรงซื้อหุ้นกลุ่มวัฏจักร

HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวก ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ผสานนักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะอันใกล้ ด้านปริมาณการซื้อขายเบาบาง ตลาดการเงิน หุ้น โภคภัณฑ์สหรัฐฯ ปิดทำการในวันชาติสหรัฐฯ (Independence Day)

ตลาดหุ้นยุโรปวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ปิดบวก โดย ดัชนี STOXX 600 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวัน และทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (cyclical stocks) และการที่นักลงทุนเริ่มปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะอันใกล้

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีก็พุ่งขึ้นแตะระดับ all-time high เช่นกัน

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 652.77 จุด เพิ่มขึ้น 4.42 จุด, +0.68%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,679.03 จุด เพิ่มขึ้น 26.16 จุด, +0.25%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,508.07 จุด เพิ่มขึ้น 33.21 จุด, +0.39%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,779.31 จุด เพิ่มขึ้น 198.43 จุด, +0.78%

ปริมาณการซื้อขายเบาบางเนื่องจากตลาดการเงิน หุ้น โภคภัณฑ์สหรัฐฯ ปิดทำการในวันชาติสหรัฐฯ (Independence Day)

David Morrison นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Trade Nation กล่าวว่า ดัชนีหุ้นยุโรปซึ่งมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่สูงนัก กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าหุ้นในดัชนีเหล่านี้มีการซื้อขายที่ระดับมูลค่า (valuation) ต่ำกว่าหุ้นในสหรัฐฯ มาก

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากรัสเซียโจมตีประเทศยูเครนครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในปีนี้ ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีงบประมาณและการผลิตด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น

หุ้นกลุ่มกลาโหมมีการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ควบคู่ไปกับหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม ธนาคาร และบริการทางการเงิน เนื่องจากการปรับตัวขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยี ได้ขยายวงกว้างขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง

รายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างอ่อนแอเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจรอจนถึงปลายปีจึงค่อยขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่รายงานกิจกรรมทางธุรกิจทั่วโลกโดยรวมบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากยูโรโซนบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจในขณะนี้มีความสมดุลมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้

Modupe Adegbembo นักเศรษฐศาสตร์จาก Jefferies กล่าวว่า เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน บรรดาผู้กำหนดนโยบายมีท่าทีที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด สารที่สื่อออกมาไม่ใช่ว่าได้รับชัยชนะในการต่อสู้กับเงินเฟ้อแล้ว แต่หมายความว่าธนาคารกลางเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นกับทิศทางของสถานการณ์

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้เทรดเดอร์คาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 0.23%ในปีนี้

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Siemens กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี พุ่งขึ้น 2.6% และเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ช่วยดันดัชนี DAX หลังจากบริษัทหลักทรัพย์ Kepler Cheuvreux ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นตัวนี้จาก “ลดสัดส่วนการถือครอง” (reduce) เป็น “ถือ” (hold)

ด้านบริษัทผู้ผลิตชิป Aixtron ปรับตัวสูงขึ้น 6% ในขณะที่หุ้นในกลุ่มเดียวกัน Soitec และ BE Semiconductor ต่างก็ปรับตัวขึ้น 5% และ 4.2% ตามลำดับ

หุ้นของ Pluxee บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสผู้ให้บริการบัตรกำนัลและสวัสดิการพนักงาน ปรับตัวสูงขึ้น 7.8% หลังจากรายงานยอดขายจากการดำเนินงานปกติ ในไตรมาสที่ 3 ลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–