HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,585 และ 1,570 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,645 จุด เคลื่อนไหวตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.-สถานการณ์ตะวันออกกลาง-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ หลังจากไหลเข้าซื้อหุ้นสุทธิ 26,095 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร 11,220 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยคาดที่ระดับ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,645 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการบริการและยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PPI และยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. ของยูโรโซน ดัชนี CPI และ PPI เดือนมิ.ย. ของจีน ตลอดจนดัชนี PPI เดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นดีดตัวขึ้นท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นที่อยู่ในรายชื่อหุ้นที่ใช้สำหรับการคำนวณดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน (หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่จากประเด็นเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ)
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นย่อตัวลงช่วงสั้นๆ กลางสัปดาห์ ก่อนจะขยับขึ้นอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 4 เดือนที่ 1,621.19 จุดช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ แรงซื้อกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ที่มีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคด้วยเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด หนุนคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย
ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,611.28 จุด เพิ่มขึ้น 4.47% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 80,182.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.33% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.38% มาปิดที่ระดับ 221.11 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งซื้อสุทธิทั้งหุ้นและพันธบัตรไทย แต่เงินบาทลดช่วงบวกและกลับไปอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย และเงินเยน (ที่ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปี) สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ถึงโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดยแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 33.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดอาจไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟดว่าเป็นท่าทีในเชิง Dovish (นาย เควิน วอร์ช กล่าวว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงตลอดในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา) ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด
ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (26 มิ.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทยที่ 26,095 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 11,220 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 11,224 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 4 ล้านบาท)
