ดาวโจนส์ปิดลบ 13 จุด หุ้นกลุ่มเทคร่วง

HoonSmart.com>>ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย 13 จุด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง ได้แรงหนุนหุ้น Meta Platforms พุ่ง 8.8% ช่วยจำกัดการลดลงของดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับลดลง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของไตรมาสที่สาม ปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้น Meta Platforms ช่วยจำกัดการลดลงของดัชนี S&P 500 และ Nasdaq

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,305.24 จุด ลดลง 13.96 จุด, -0.03% หลังพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,483.23 จุด ลดลง 16.13 จุด, -0.22%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,040.03 จุด ลดลง 173.69 จุด, -0.66%

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ให้ปรับตัวลง โดยดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ปิดลดลง 6.3% และกลุ่มเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม ของ S&P 500 ทั้งนี้ ระดับราคาหุ้นที่สูงเกินไปและการทุ่มงบประมาณมหาศาลด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ร่วมตลาดบางส่วน

หุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 8.8% หลังจากสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบริษัทกำลังสร้างธุรกิจคลาวด์เพื่อจำหน่ายการประมวลผลด้าน AI ที่มีอยู่เกินความต้องการใช้งานภายในองค์กร

Tim Ghriskey นักกลยุทธ์พอร์ตการลงทุนอาวุโสจากบริษัท Ingalls & Snyder ในนิวยอร์ก กล่าวว่า นักลงทุนยังคงระมัดระวังท่าทีต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงก่อนถึงวันหยุดยาวของสหรัฐฯ

อิหร่านและสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามในข้อตกลงชั่วคราวเมื่อเดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ ความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ระบุว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ก็ช่วยหนุนตลาดระหว่างวันเช่นกัน โดยราคาหุ้นดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดของวันหลังจากที่วอร์ช ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมของ ECB ที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อวันพุธ แม้วอร์ชไม่ได้ให้แนวทางเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของเฟดแก่ตลาด แต่ก็ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา โดยระบุว่า ระดับราคานั้นสูงเกินไป

วอร์ชกล่าวว่าเขาจะยึดมั่นในเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างแน่วแน่ และจะทำให้ผู้ที่คาดหวังนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต้องผิดหวัง แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า แม้บรรดาเทรดเดอร์จะปรับลดคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลงเล็กน้อยในระหว่างที่ วอร์ช กล่าวถ้อยแถลง แต่ก็ยังคงคาดการณ์ว่าเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้ประเมินข้อมูลจากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

ISM รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิถุนายน ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.3 ต่ำกว่า 54.0 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงานการจ้างงานของภาคเอกชนเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่า 118,000 ตำแหน่ง ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

นักลงทุนจับตารายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดหุ้นจะปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวันหยุดฉลองวันชาติสหรัฐฯ (Fourth of July)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลง หลังจากที่ปิดไตรมาสที่ 2 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยนักลงทุนต่างประเมินสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดตลาดลดลงหลังจากที่เพิ่งทำผลงานรายไตรมาสได้ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ในการซื้อขายรอบก่อนหน้า

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 639.31 จุด ลดลง 2.42 จุด, -0.38%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,478.134 จุด ลดลง 18.78 จุด, -0.18%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,337.29 จุด ลดลง 66.7 จุด, -0.79%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,040.28 จุด เพิ่มขึ้น 44.47 จุด, +0.18%

หุ้น ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิป ลดลง 4.6% ในขณะที่หุ้นของ Soitec ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย

ด้าน Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ร่วงลง 3.1% หลังจากบริษัทลงนามในข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ Cognite Holding ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ AI และข้อมูลทางอุตสาหกรรม ด้วยมูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นการชำระด้วยเงินสดทั้งหมด

Luca Finà หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการหุ้นแบบ Active (Active Equity) ของ Generali Asset Management กล่าวว่า ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยีสำหรับช่วงเวลาต่อจากนี้.ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งในแง่ของการเติบโตของผลประกอบการและผลการดำเนินงาน โดยคาดการณ์ว่าส่วนต่างอัตราการเติบโตของผลประกอบการระหว่างหุ้นยุโรปและหุ้นสหรัฐฯ จะแคบลงในไตรมาสต่อๆ ไป ซึ่งอาจช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้ไหลกลับเข้ามา และหนุนให้ผลการดำเนินงานในยุโรปมีความแข็งแกร่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้กล่าวในการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองซินตราว่า ผู้กำหนดนโยบายจะตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่เมื่อเริ่มการประชุมครั้งถัดไป โดยย้ำจุดยืนเดิมที่จะไม่ให้แนวทางล่วงหน้า (forward guidance) เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย

Dan Coatsworth หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ AJ Bell กล่าวว่า สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนคือความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี โดยตลาดยังคงพยายามหาข้อมูลหรือสัญญานแม้วอร์ชจะยืนกรานไม่ให้แนวทางเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าทั้งเฟดและ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%ในช่วงปลายปีนี้ แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านแล้ว แต่ก็ยังคงมีความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ต่อไป

แหล่งข่าวที่มีข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับการเจรจาและเจ้าหน้าที่อิหร่านเปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดการเจรจาทางเทคนิคแบบทางอ้อมที่กรุงโดฮา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและสร้างข้อตกลงหยุดยิงที่ยั่งยืน

ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น Associated British Foodsซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Primark ลดลง 3.2% หลังจากบริษัทยังคงคาดการณ์ว่ากำไรประจำปีจะต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้า

ด้าน Saab ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศของสวีเดน ปรับตัวขึ้น 3.3% ภายหลังการลงนามในสัญญาเพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E จำนวน 16 ลำให้กับยูเครน ในข้อมูลที่มีมูลค่าราว 2.46 หมื่นล้านโครนาสวีเดน (2.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ส่วนหุ้นของ SES ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นปารีส พุ่งขึ้นนำกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในดัชนี STOXX 600 โดยปรับตัวขึ้น 10% หลังจากคณะกรรมาธิการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ประกาศว่าจะลงมติเกี่ยวกับการจัดการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ในปี 2027 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 1.77% ปิดที่ 69.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.31% ปิดที่ 72.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–