AU กำไรแค่ 36 ล้านบ.ร่วงกว่า 30% Q2/69 ต้นทุนเพิ่ม ลูกค้ากินขนมหวานต่อครั้งลดลง

HoonSmart.com>อาฟเตอร์ ยู (AU) ฝ่ากำลังซื้อไหลลงไม่ไหว ไตรมาส 2/69 กำไร 35.84 ล้านบาท ลดลง 31.60 %YOY และลดลง 33% QoQ อัตรากำไรสุทธิเหลือ 9.1% ขายดี แต่รายได้กลับลดลง 6% QoQ ลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้น ยอดขายต่อลูกค้าลดลง แถมเจอต้นทุนเพิ่มขึ้น เดินหน้ากลยุทธ์ พัฒนา-เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายช่องทางจำหน่าย สร้างแบรนด์แกร่ง ตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารไทยโตเฉลี่ย 3.9% ใน 5 ปี จากปีนี้มูลค่า 1,031.7 พันล้านบาท ปี73 มูลค่า 1,204.2 พันล้านบาท

บริษัท อาฟเตอร์ ยู (AU) ดำเนินธุรกิจหลักร้านขนมหวานและคาเฟ่ เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 35.84 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.04 บาท ลดลงจำนวน 16.56 ล้านบาท หรือ 31.60%จากที่มีกำไรสุทธิ 52.40 ล้านบาท หรือ 0.06 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) โดยรวมครึ่งปีนี้กำไรทั้งสิ้น 89.59 ล้านบาท หรือ 0.11 บาทต่อหุ้นลดลง 24%จากที่มีกำไรสุทธิ 117.71 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น

นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ อาฟเตอร์ ยู (AU) กล่าวว่า กำไรสุทธิ ลดลง 17 ล้านบาท หรือ 32% YoY กำไรขั้นต้น มีมูลค่า 239 ล้านบาท ลดลง 3 ล้านบาทหรือ 1% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.1% ลดลงจาก 13.6%

ขณะเดียวกันกำไรลดลง 18 ล้านบาท หรือ 33% จากไตรมาสแรก (QoQ) กำไรขั้นต้นลดลง 17 ล้านบาท หรือ 7% QoQ และอัตรากำไรสุทธิลดลง จากระดับ 12.8%สาเหตุจากการลดลงของรายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม  ต้นทุนสินค้าบางตัวมีราคาสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยเดิม

บริษัทฯมีรายได้จากการขาย 394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม(SSSG) ของร้านอาฟเตอร์ยู (ประมาณ 3.3%) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าชาวไทย แต่กลับมีรายได้จากการขายลดลง 6% จากไตรมาสแรก สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม(SSSG) ของร้านอาฟเตอร์ยู (ประมาณ 6.7%) เนื่องจากยอดขายต่อลูกค้าลดลง

ในไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้ของลูกค้าต่างชาติ 25% ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ที่ 24.2% แต่ลดลงจาก 32.3% ในไตรมาสที่ 2/ 2568 (คำนวณจากยอดขาย )

“AU ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯที่มีการปรับตัวและดำเนินกลยุทธ์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรมทางการตลาด การพัฒนาและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนการขยายช่องทางการจำหน่าย เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการสร้างการรับรู้และความสนใจของผู้บริโภคพร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ ”

บริษัทฯยังคงมุ่งสร้างโอกาสโดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ การขยายฐานลูกค้าและการเพิ่มช่องทางการเข้าถึง ผู้บริโภค ทั้งภายในและภายนอกร้าน รวมถึงช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเงิน ขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างและสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในระยะยาว

ส่วนแนวโน้มตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารไทยปี 2569-2573 ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ความหลากหลายของพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนา แพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหารที่มีประสิทธิภาพ โดยในปี 2569 มูลค่าตลาดบริการร้านอาหารอยู่ที่ 1,031.7 พันล้านบาท และคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2569-2573 จะเติบโตเฉลี่ย 3.9%ต่อปี ส่งผลให้ในปี 2573ตลาดมีมูลค่าอยู่ที่ 1,204.2พันล้านบาท