HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย เปิดตัว “AI for Investors:ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” หนุนใช้ AI ช่วยคัดกรองหุ้น ประมวลผลข้อมูล เตือนอย่าพึ่งพา 100% พร้อมแนะระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานการตลาดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานเปิดตัว Online Series “AI for Investors : ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย ว่า ปัจจุบัน AI มีบทบาทในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยจัดการปัญหาข้อมูลล้นทะลัก ทั้งในระดับบุคคลและระดับสถาบัน
ในมิติของการพัฒนาทักษะและความตระหนักรู้ทางการเงิน เทคโนโลยี AI ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแปลงแนวคิดเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณให้เป็นภาพที่ชัดเจน โดยอ้างอิงจากบทบรรยายเรื่องวินัยการลงทุนและผลตอบแทนทบต้น (Compound Return) ในงาน SET สัญจร จังหวัดเชียงใหม่ การนำแบบจำลอง AI มาประมวลผลพร้อมยกตัวอย่าง กรณีศึกษาการลงทุนสะสมเดือนละ 5,000 บาท ที่อัตราผลตอบแทน 10% ต่อปี สามารถแสดงการเติบโตแบบทวีคูณของมูลค่าทรัพย์สินตั้งแต่ระยะ 10 ปีไปจนถึง 40 ปี ซึ่งช่วยจุดประกายความสนใจของกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ให้หันมาศึกษาการประเมินความเสี่ยงและการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ
ในระดับโครงสร้างการดำเนินงาน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้บูรณาการระบบ AI เข้ากับภารกิจหลักในหลายมิติ ตั้งแต่การตรวจจับพฤติกรรมความผิดปกติในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Surveillance System) การประมวลผลและสรุปข่าวสารเพื่อลดระยะเวลาในการวิเคราะห์ ไปจนถึงการพัฒนาระบบผู้ช่วยวิจัย (Research Assistant) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์ และการต่อยอดฟังก์ชันการสรุปภาวะตลาดบนแอปพลิเคชันสำหรับนักลงทุนทั่วไป
ทั้งนี้ AI ทำหน้าที่เป็นเพียงระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Co-pilot) ที่ช่วยเร่งความเร็วในการคัดกรองข้อมูล เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ (Valuation) และประเมินทิศทางเชิงเทคนิค
อย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายและการบริหารความเสี่ยงยังคงเป็นบทบาทหลักของคนที่เป็นผู้ใช้ AI
“งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างคึกคักด้วยยอดผู้ลงทะเบียนกว่า 1,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการตื่นตัวของตลาดทุนไทยในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ขับเคลื่อนเป้าหมายทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ”นายสรวิศ กล่าว
นายทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการลงทุน ไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเสมือนการเปลี่ยนผ่านจากยุคการคำนวณด้วยกระดาษไปสู่การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ (Excel) ซึ่งหากนักลงทุนปฏิเสธการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ย่อมส่งผลให้เสียเปรียบในเชิงความเร็วและประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล แม้การใช้ AI จะไม่ได้การันตีผลตอบแทนเหนือตลาดเสมอไปก็ตาม
ในมิติของความปลอดภัยทางไซเบอร์ แม้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบปิดจะระบุถึงมาตรฐานความปลอดภัย แต่ในเชิงปฏิบัติผู้ใช้ยังต้องตระหนักถึงความเสี่ยงในการถูกนำข้อมูลอินพุตไปใช้ฝึกฝนโมเดล (Model Training) จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเชิงรุก เช่น การไม่ส่งข้อมูลความลับ บัญชีการเงิน หรือข้อมูลระบุตัวตนที่แท้จริงเข้าสู่ระบบ เพื่อลดโอกาสการรั่วไหล ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือประมวลผล ไม่ควรยึดถือผลลัพธ์โดยปราศจากการตรวจสอบ เนื่องจากความผันผวนของสภาวะตลาดมีความซับซ้อนเกินกว่า AI จะคำนวณได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม AI สามารถช่วยขยายขอบเขตการสำรวจโอกาสการลงทุน (Investment Universe) โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศ ผ่านการข้ามขีดจำกัดด้านภาษาและการประมวลผลเอกสารขนาดใหญ่
นอกจากนี้ AI ยังช่วยลดอคติส่วนบุคคล (Bias Mitigation) โดยสามารถตั้งค่าโมเดลให้ทำหน้าที่ที่ท้าทายด้วยการตั้งสมมติฐานการลงทุน (Red Teaming) วิเคราะห์จุดบอด และระบุปัจจัยเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา สอดคล้องกับหลักการลงทุนที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นใจและการตั้งคำถามต่อสมมติฐานของตนเองอยู่เสมอ
สำหรับการส่งเสริมความรู้ในวงกว้าง ได้มีการร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการจัดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 รายวิชา เพื่อยกระดับทักษะนักลงทุนสู่การใช้ AI เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้สนใจลงทะเบียนมากกว่า 1,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงการตื่นตัวของตลาด
“ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมีแผนพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงองค์ความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอนาคต”นายทิวา กล่าว
