HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง แนะจับตา Fund Flow พลิกทิศ! ต่างชาติหยุดถล่มขาย พลิกกลับมา “ซื้อสุทธิ” 3.6 พันล้านบาทในเดือน พ.ค. พ.ศ. 2569 ยุติแรงขายสะสมกว่า 4.2 หมื่นล้านบาทในช่วง มี.ค. – เม.ย. ที่ผ่านมา สัญญาณนี้คล้ายแพทเทิร์นปลายปี พ.ศ. 2568 ก่อนที่ต่างชาติจะแห่ไล่ซื้อหุ้นไทยทะลัก 5.8 หมื่นล้านบาทในช่วงต้นปี (ม.ค. – ก.พ. พ.ศ. 2569) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้คือ: “รอบนี้ต่างชาติไม่เล่นท่าเดิม”
บล.บัวหลวง คาดว่าการกลับมาของต่างชาติรอบนี้จะแตกต่างจากต้นปีอย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้น (ม.ค. – ก.พ.) เม็ดเงินวิ่งเข้าไล่ราคาหุ้นกระจุกตัวอยู่ด้านบนอย่าง DELTA, GULF, กลุ่มธนาคาร และกลุ่ม ICT จนทิ้งให้หุ้นแถวสองแถวสามกลายเป็น “หุ้นผัก” นอนนิ่งอยู่ข้างล่าง
กลยุทธ์รอบนี้ แนะนำเปลี่ยนมาเก็บหุ้นที่ราคายังไม่สะท้อนความคาดหวังสูง (Valuation ถูก) รูปแบบราคาอยู่โซนล่างและมีสัญญาณเทคนิคสนับสนุน โดยมี 4 ปัจจัยขับเคลื่อน
แนวโน้มผลประกอบการงบไตรมาสนี้ยาวไปถึงครึ่งหลังปี พ.ศ. 2569 จะฟื้นตัวเด่น
ราคาหุ้นยังมี Downside จำกัด
ดักทาง Sectors Rotation ได้ทัน
มีธีมการลงทุนเฉพาะตัวสนับสนุนโมเมนตัม
กลุ่มธนาคาร: NIM ผ่านจุดต่ำสุด ไตรมาส 2 ชะลอตัวชั่วคราว แต่ปันผลเด่นเดือน ส.ค.
พรีวิวไตรมาส 2/2569: คาดกำไรสุทธิรวมของกลุ่มอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 8% YoY, 10% QoQ) นำโดยการลดลงของ SCB, BBL, KTB และ KBANK ส่วน TTB ทรงตัว ขณะที่ KKP และ TISCO ยังโตสวนจากรายได้ค่าธรรมเนียม
แนวโน้มไตรมาส 3/2569: คาดกำไรทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จะทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 นี้แล้วและจะเริ่มทรงตัวได้ในครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2569
กลยุทธ์บิ๊กช็อต: ดักเก็บหุ้นปันผลระหว่างกาล (คาดหยิบยื่น Yield มากกว่า 1.5% ในเดือน ก.ย.) นำโดย TTB, KKP และ TISCO สถิตชี้ชัดกลุ่มนี้มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 3.5 – 3.8% ในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. ก่อนขึ้น XD (ชู KTB และ KKP เป็น Top Picks)
DELTA: พื้นฐาน AI แกร่งระยะยาว แต่ระยะสั้นเสี่ยงเผชิญ Supply Chain ขาดแคลน
มุมมองระยะยาว: โตแรงจากโครงสร้างพื้นฐาน AI, ระบบ 800V HVDC และ Liquid Cooling ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี พ.ศ. 2570 – 2571 ขึ้นอีก 10% เป็น 5.7 หมื่นล้านบาท และ 6.9 หมื่นล้านบาทตามลำดับ มูลค่าพื้นฐานระยะยาวมีลุ้นไปถึง 440 บาท
ความเสี่ยงระยะสั้น (ก.ค. – ส.ค.): ตลาดอาจเทขายรับงบไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 8.5 – 8.8 พันล้านบาท (-5% QoQ) จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน High-voltage MOSFET และ Memory ในระบบ Supply Chain คาดราคาหุ้นมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 275 บาท
คำแนะนำ: “ถือ” เป้าหมาย 300 บาท รอจังหวะหุ้นพักฐานเสร็จสิ้น ค่อยกลับมาโฟกัสการเติบโตในปี พ.ศ. 2570
