HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับตัวขึ้น แรงหนุนจากความคาดหวังความต้องการเพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจ AI ผสานการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ “ตลาดหุ้นเอเชีย” ส่วนใหญ่บวกเล็กน้อย นักลงทุนเริ่มระมัดระวังการซื้อขาย
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (1 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวขึ้น ด้วยแรงหนุนจากความคาดหวังอย่างต่อเนื่องต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่นำการปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Tokyo Electron พุ่งขึ้น 4.9% และ SoftBank Group ปรับตัวสูงขึ้น 3.8%
ทางด้านค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 162.65 เยน เทียบกับระดับ 162.24 เยน ณ เวลาปิดตลาดหุ้นโตเกียวเมื่อวันอังคาร
นักลงทุนกำลังจับตาดูความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเห็นจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ค่าเงินเยนร่วงลงไปอยู่ที่ระดับ 162.28 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากการซื้อขายในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด
ในตลาดหลัก( Prime Market ) หุ้นกลุ่มประกันภัยและกลุ่มบริการเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลง
ณ เวลา 9.41น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 70,327.93 จุด เพิ่มขึ้น 265.61 จุด, +0.38%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนเริ่มระมัดระวังการซื้อขาย หลังจากที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและหุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ เคยพุ่งทะยานจนช่วยหนุนให้ตลาดทำผลงานรายไตรมาสได้ดีที่สุดในรอบ 17 ปี อีกทั้ง เนื่องจากสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต้องเผชิญกับอุปสรรคใหม่
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างจับตามองความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาด หลังจากค่าเงินเยนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
ทางด้านอิหร่านระบุเมื่อวันอังคารว่าจะไม่เข้าพบกับคณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ที่เดินทางมายังภูมิภาคนี้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถสัญจรผ่านได้โดยเสรีอย่างเต็มรูปแบบ
ดัชนีหุ้นภูมิภาคของ MSCI ปรับตัวลดลง 0.3% เป็นการยุติช่วงขาขึ้นที่ต่อเนื่องมาตลอด 2 วันทำการก่อนหน้านี้ หุ้นในตลาดญี่ปุ่นและไต้หวันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีหลักของเกาหลีใต้ร่วงลง หลังจากที่พุ่งทะยานขึ้นถึง 68% ในไตรมาสที่สอง ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์
ตลาดพันธบัตรก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ เนื่องจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบ่งชี้ว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานที่สำคัญในวันพฤหัสบดีนั้นลดลง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ 33% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในปลายเดือนนี้ ในขณะที่การปรับขึ้นในเดือนกันยายนมีความเป็นไปได้ประมาณ 70%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,116.094 จุด เพิ่มขึ้น 21.697 จุด, +0.53%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่22,881.02 จุด ลดลง 145.66 จุด, -0.63%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,320.85 จุด ลดลง 245.63 จุด, -2.9%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 47,008.42 จุด เพิ่มขึ้น 882.51 จุด, +1.91%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 0.39% ซื้อขายที่ 73.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.23 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ซื้อขายที่ 69.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

