ดาวโจนส์ปิดบวก 136 จุด ปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากสุดนับตั้งแต่ปี 2022

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ปรับขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มชิป ปิดฉากช่วงครึ่งปีแรกปรับขึ้นที่แข็งแกร่ง 8.9% และไตรมาสที่สอง  และพลิกฟื้นสถานการณ์ของวอลล์สตรีทในปี 2026 ที่นักลงทุนต่างประเมินภาพรวมการพุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นของหุ้นกลุ่มชิปในช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,319.20 จุด เพิ่มขึ้น 136.46 จุด หรือ +0.26%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,499.36 จุด เพิ่มขึ้น 58.93 จุด, +0.79%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,213.72 จุด เพิ่มขึ้น 393.58 จุด, +1.52%

ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดการซื้อขายเดือนมิ.ย.ด้วยการปรับตัวขึ้นรายไตรมาสครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและผลประกอบการ แม้จะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ตาม ส่วนดัชนีดาวโจนส์ ปิดฉากครึ่งปีแรกที่ทำผลงานดีที่สุดในรอบ 5 ปี และปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq พุ่งขึ้น 14.9% และ 21.4% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายไตรมาสที่มากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ส่วนดัชนี Dow ปรับตัวขึ้น 12.9% ซึ่งนับเป็นผลงานรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2022
การปรับตัวสูงขึ้นของตลาดในวันสุดท้ายของครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มชิป โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 2.6% ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices เพิ่มขึ้น 7.7% และหุ้น Intel ขยับขึ้น 6% นอกจากนี้ กองทุน VanEck Semiconductor ETF ยังปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3% ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 82%

นักลงทุนเข้าสู่การซื้อขายวันสุดท้ายของไตรมาสที่ 2 และครึ่งแรกของปี 2026 ด้วยความเชื่อมั่นที่ได้รับแรงหนุนจากคำตัดสินของศาลสูงสุดซึ่งยังคงรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เอาไว้ได้ในขณะนี้

ความเชื่อมั่นในเชิงบวกที่เกิดจากสัญญาณความคืบหน้าในการยุติความขัดแย้งกับอิหร่านอย่างถาวร ได้ช่วยหนุนราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังคงมีความตึงเครียดทางทหารหลงเหลืออยู่ก็ตาม

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา  อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 4 เดือน แต่เหตุการณ์ปะทะกันด้วยอาวุธในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กลายเป็นบททดสอบข้อตกลงดังกล่าว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกาตาร์ยังเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า คณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ที่เดินทางมาถึงกรุงโดฮาจะไม่มีการจัดการประชุมระดับสูงร่วมกับฝ่ายอิหร่าน

โอลิเวอร์ เพิร์ช รองประธานอาวุโสและที่ปรึกษาของบริษัท Wealthspire Advisors ในเมืองเวสต์พอร์ต รัฐคอนเนตทิคัต กล่าวว่า ตลาดผ่านช่วงครึ่งปีแรกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งถือว่าดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก

ในช่วงครึ่งปีแรก ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 8.9% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 9.6% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 12%

นอกจาก AI แล้ว ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงดำเนินไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าภาคครัวเรือนของสหรัฐฯ จะยังคงมีความรู้สึกเชิงลบต่อสถานะทางเศรษฐกิจก็ตาม ทั้งนี้ รายงานที่เผยแพร่เมื่อช่วงเช้าแสดงให้เห็นว่า นายจ้างในสหรัฐฯ มีการประกาศรับสมัครงานจำนวนมากในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง
ผลสำรวจของ Conference Board เผย ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.6 จุด มาที่ 91.2 แต่ต่ำกว่า 94.2 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานเดือนพฤษาภาคม เพิ่มขึ้น 9,000 ตำแหน่ง มาที่ 7.59 ล้านตำแหน่ง สูงกว่า 7.30 ล้านตำแหน่ง ที่นักวิเคราะห์คาด

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี S&P500 โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดเผยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม รวมไปตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายน ในวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งใน และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปิดไตรมาสด้วยการปรับขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสัญญาณการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวัน ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 641.73 จุด เพิ่มขึ้น 5.62 จุด, +0.88%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,497.12 จุด เพิ่มขึ้น 12.90 จุด, +0.12%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,403.99 จุด เพิ่มขึ้น 36.66 จุด, +0.44%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,995.81 จุด เพิ่มขึ้น 368.92 จุด, +1.50%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 2.5% หุ้นกลุ่มนี้ทำสถิติพุ่งขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2001 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีททั้งในแง่รายเดือนและรายไตรมาสอีกด้วย

หุ้น ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผลิตชิป ปรับตัวขึ้น 6.8% ขณะที่หุ้นของผู้ผลิตชิปอย่าง STMicroelectronics และ Infineon ปรับตัวขึ้น 1.4% และ 4.4% ตามลำดับ

หุ้น Siemens Energy บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับ AI ปรับตัวขึ้น 5.6% หลังจากที่ได้ย้ำถึงแนวโน้มความต้องการที่แข็งแกร่งระหว่างการแถลงผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อวันจันทร์

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นในไตรมาสนี้โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสความตื่นตัวด้าน AI ซึ่งตลาดสหรัฐฯ และเอเชียเป็นผู้นำการปรับขึ้น ในขณะที่ยุโรปซึ่งมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างน้อยกว่า จึงอยู่ในสถานะที่ต้องเร่งปรับตัวตามให้ทันตลาดอื่น ๆ ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของไตรมาสนี้

สัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลายลงถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาสนี้เช่นกัน โดยราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งกับอิหร่าน ส่งผลให้สถาบันการเงินอย่าง Barclays และ J.P.Morgan หันมามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นยุโรป
หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ก็ได้ฟื้นตัวกลับมาและปรับตัวสูงขึ้นกว่า 19% ในไตรมาสนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023

ขณะนี้ความสนใจของตลาดมุ่งไปที่การประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยนักลงทุนต่างรอคอยถ้อยแถลงจากผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งได้ออกมาเตือนว่าผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจะยังคงส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยของยุโรปจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 0.25%ภายในสิ้นปีนี้
ในหุ้นที่ปรับตัวลดลงหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ Capgemini ปรับตัวลง 2.9% และ SAP ลดลง 1.9%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 1.77% ปิดที่ 69.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.31% ปิดที่ 72.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–