HoonSmart.com>>ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติ “การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า”หรือ KYC/CDD สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่าเพื่อยกระดับมาตรฐานความเข้มข้นของกระบวนการ KYC, CDD และ Enhanced CDD ให้ครอบคลุม รอบด้าน และระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) ได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการใช้ตัวแทน (nominee) หรือนิติบุคคลบังหน้าในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการ ดังนี้
1. การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ และความรับผิดชอบ
คณะกรรมการบริษัท ร่วมกำหนด พิจารณาอนุมัติ และทบทวนปรับปรุงนโยบายและกรอบการกำกับดูแลเกี่ยวกับกระบวนการ KYC, CDD และ Enhanced CDD อย่างสม่ำเสมอ
ผู้บริหารระดับสูง นำนโยบาย แผนกลยุทธ์ และกรอบการกำกับดูแลไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและทั่วถึงทั้งองค์กร รวมถึงร่วมกับคณะกรรมการในการติดตามภาพรวมผ่านการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
หน่วยงานและบุคลากร.กำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร มีโครงสร้างองค์กรที่เน้นการสอบทานการปฏิบัติงานและพิจารณาคุณภาพการตรวจสอบ UBO จัดเตรียมบุคลากรให้พร้อมทั้งจำนวนและคุณภาพ จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน และอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง
2. กระบวนการก่อนเปิดบัญชี (KYC, CDD & Enhanced CDD)
ผู้ประกอบธุรกิจต้องรวบรวมและประเมินข้อมูลลูกค้าเพื่อระบุตัวตน จัดประเภท ประเมินความเหมาะสม ความสามารถในการทำธุรกรรม และความเสี่ยงในการสนับสนุนการกระทำความผิด โดยข้อมูลต้องถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเชื่อถือได้ ดังนี้
ลูกค้าบุคคลธรรมดา ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของอาชีพ ฐานะการเงิน แหล่งที่มาของรายได้และเงินลงทุน
ลูกค้านิติบุคคล ต้องมีข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้น ผู้มีอำนาจกระทำธุรกรรมแทน ฐานะการเงิน วัตถุประสงค์ในการลงทุน และตรวจสอบความสมเหตุสมผลในการประกอบธุรกิจ (เช่น ทุนจดทะเบียน รูปแบบลักษณะธุรกิจ และประวัติการดำเนินธุรกิจ)
กรณีเกิดข้อสงสัย หากสงสัยว่าข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกัน ต้องทำ Enhanced CDD โดยขอข้อมูลและหลักฐานเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม หรือปฏิเสธการเปิดบัญชีหากมีข้อมูลไม่เพียงพอ
3. กระบวนการหลังเปิดบัญชี (On-going Monitoring & STR)
ต้องติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง พร้อมบันทึกข้อมูลธุรกรรมให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
หากพบพฤติกรรมไม่สอดคล้องกับข้อมูลเดิม (เช่น ขนาดธุรกรรมผิดปกติ มีเงินโอนเข้า-ออกบัญชีซื้อขายผิดปกติ หรือน่าสงสัยว่าเตรียมการทำผิด) ต้องทำEnhanced CDD เพื่อสอบทานข้อมูล รายงานให้คณะกรรมการ/ผู้บริหารทราบทันที และติดตามการทำธุรกรรมอย่างเข้มข้นกว่าปกติ
หากพิจารณาแล้วพบว่าเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ให้ดำเนินการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง.
4. กระบวนการฝาก-ถอนเงิน และโอนหุ้น เพื่อป้องกันบัญชีม้า
การฝาก-ถอนเงิน ต้องกำหนดวิธีการที่สามารถติดตามและตรวจสอบผู้ฝากเงินได้ (audit trail) โดยหลักการสำคัญคือ ต้องดำเนินการผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า และฝาก-ถอนผ่านบัญชีและธนาคารเดียวกัน เพื่อให้มีเส้นทางธุรกรรมที่ชัดเจน
การถอนเงินไปยังบัญชีอื่นของลูกค้า ต้องมีมาตรการป้องกันการใช้บัญชีหลักทรัพย์เป็นช่องทางกระทำผิด เช่น การชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับเงิน เพื่อป้องกันการถอนเงินออกอย่างรวดเร็วของบัญชีม้า
การโอนหุ้น ต้องมีขั้นตอนที่รัดกุมมากยิ่งขึ้นโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และหากพบธุรกรรมการโอนหุ้นที่ซับซ้อน ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิจารณาดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม
ก.ล.ต. ชี้แจงว่า จากการออกแนวปฏิบัติ “การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า” สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน) เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปแบบการบริการและการทำธุรกรรมของลูกค้ามีความรวดเร็ว ซับซ้อน และหลากหลายขึ้นเกิดความเสี่ยงสูงที่ตลาดทุนจะถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนการกระทำความผิด เช่น การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเข้มข้นของกระบวนการ KYC, CDD และ Enhanced CDD ให้ครอบคลุม รอบด้าน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีมาตรการคัดกรอง ป้องกัน ยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงาน ปปง. และภาคเอกชนในตลาดทุน เพื่อให้เนื้อหาสามารถนำไปใช้งานได้จริงและสอดคล้องเป็นแนวทางเดียวกันกับหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทน (nominee) หรือมิจฉาชีพที่ตั้งนิติบุคคลบังหน้าเพื่อปกปิดตัวตน และเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนของตลาดทุนไทยในระยะยาว
