HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับสูงสุดของวันแตะ 1,577.81 จุด พุ่งแรง 35.47 จุด โบรกฯ มอง Technical Rebound ผสมเงินบาทแข็งค่่า ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าซื้อหุ้นบิ๊กแคป คลายกังวลสงครามตะวันออกลางหลังเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ต่อเนื่อง ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิกว่า 7,599 ล้านบาท สวนกลุ่มนักลงทุนในประเทศขาย ด้าน DELTA +6.91% ดัน SET ขึ้น 21.79 จุด
ตลาดหุ้นวันที่ 29 มิ.ย.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,577.81 จุด +35.47 จุด หรือ +2.30% มูลค่าการซื้อขาย 71,956.16 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,577.81 จุด และต่ำสุด 1,550.14 จุด
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 7,599.48 ล้านบาท ด้านนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 6,673.77 ล้านบาท รองลงมา บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 551.90 ล้านบาท ด้านนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 373.81 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดหุ้นพุ่งแรง นำโดยหุ้น DELTA และ หุ้น Bigcap อื่นๆ ที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยในช่วงก่อน เช่น GULF ,TRUE และ AOT แรงหนุนหลักมาจากการคลายความกังวลในภาพสงครามตะวันออกลางเช้านี้ หลังมีรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างต่อเนื่อง แม้เพิ่งเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งโอมาน ลดความกังวลในภาพอุปทานน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ยืนต่ำกว่าระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหนุน Fundflow ไหลเข้าซื้อหุ้น Bigcap สะท้อนผ่านค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า อยู่ที่ระดับ 33.20 บาทต่อดอลลาร์
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) มองดัชนีมี Technical Rebound หลังจากที่ร่วงแรงในช่วงก่อนหน้า หุ้นที่เคยมีปัจจัยลบกดดันในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแรงซื้อคืนช่วยหนุนดัชนี คือ DELTA, GULF และ TRUE โดยมี Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนีคือ กลุ่ม อิเล็กฯ (DELTA, HANA, KCE), กลุ่ม น้ำมัน, ปิโตรฯ และ โรงกลั่น (PTTGC, TOP, PTTEP), กลุ่มธนาคาร (KTB, SCB, KBANK) และ กลุ่มโรงพยาบาล (BH, BDMS)
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ DELTA (+6.91%) มี Technical Rebound หลังจากราคาร่วงแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผสานนักลงทุนประเมินราคาหุ้น DELTA ปรับลง price-in ประเด็น Capped weight ไปแล้ว ณ ราคาปัจจุบันเหลือมูลค่าในการปรับสถานะประมาณ 500-600 ล้านบาทเท่านั้นซึ่งคิดเป็นราว 10% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงที่ผ่านมา
หุ้น PTTGC (+4.65%), SCC (+2.5%), IVL (+3.32%) ตลาดมองข้ามผลประกอบการที่คาดว่าจะอ่อนแอในช่วงไตรมาส 2/69 ไปแล้ว และเริ่มมองบวก จาก 1) ปัญหาซัพพลายล้นตลาดทยอยลดลงเนื่องจากผู้ประกอบการราว 10%ในตลาดปิดตัวจากการขาดแคลนวัตถุดิบ, 2) สินค้าทุ่มตลาดจากจีนจะไม่รุนแรงเหมือนเดิม เพราะจีนไม่มีวัตถุดิบราคาถูกจากอิหร่านและรัสเซียเหมือนเมื่อก่อน, และ 3) ผู้ประกอบการในตลาดลด Capex ทำให้ Supply ใหม่เข้าสู่ตลาดลดลง
หุ้น TOP (+2.67%), SPRC (+1.33%) มีจิตวิทยาบวกจากข่าว ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุรัสเซียกำลังขาดแคลนพลังงานเป็นไปได้ในการสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลทั้งหมดหรืออาจจะต้องนำเข้าพลังงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นจิตวิทยาบวกหนุนค่าการกลั่น
หุ้น AOT (+1.61%) วันนี้นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท จากเดิม 64.75 บาท สะท้อนผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าที่เคยกังวล, กำไรระยะยาวมีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดส่งสัญญาณปรับขึ้นค่า PSC ในทุกๆ 5 ปี เบื้องต้นคาดการกำไรปกติรอบปี 2027F ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท โต58%y-y
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
DELTA ปิดที่ 325.00 บาท +21.00 บาท หรือ +6.91% มูลค่าการซื้อขาย 7,063.43 ล้านบาท
KTB ปิดที่ 37.25 บาท +0.75 บาท หรือ +2.05% มูลค่าการซื้อขาย 4,036.30 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 146.50 บาท +1.50 บาท หรือ +1.03% มูลค่าการซื้อขาย 3,820.58 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 217.00 บาท +2.00 บาท หรือ +0.93% มูลค่าการซื้อขาย 3,383.93 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 35.25 บาท +0.25 บาท หรือ +0.71% มูลค่าการซื้อขาย 3,348.10 ล้านบาท

