HoonSmart.com>>โฮมโปร เผยผลสำเร็จ 3 ปี นำขยะอิเล็กทรอนิกส์-ของเหลือใช้เข้าสู่ระบบจัดการถูกวิธีแล้วกว่า 25,621 ตัน พร้อมส่งมอบสินค้ารักษ์โลกกว่า 8.5 ล้านชิ้นสู่ผู้บริโภค เดินหน้าผนึก “เอสซีจี” VS พันธมิตรกว่า 300 ราย ขับเคลื่อน 4 กลไก ยืดอายุ-รับคืน-จัดการ-สร้างมูลค่าใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มุ่งเป้า Net Zero ปี 2050
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ โฮมโปร กล่าวว่า โฮมโปรไม่ได้มอง Circular Economy เป็นเพียงแคมเปญระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว เพื่อทำให้การใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และเกิดขึ้นได้จริงในทุกๆ วันของผู้บริโภค นอกจากนี้ ปัญหาขยะจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในครัวเรือนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ “Retail ยุคใหม่ ไม่ได้จบแค่วันที่ขายสินค้า แต่โฮมโปรเลือกที่จะเป็นแบรนด์ที่รับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตสินค้า ตั้งแต่วันที่ลูกค้าซื้อ ไปจนถึงวันที่สินค้าชิ้นนั้นจะได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ทั้งนำไปต่อยอดเป็นวัสดุหมุนเวียนได้ไม่รู้จบ
4 กลไก Circular Economy ครบวงจร
เริ่มจาก “การยืดอายุการใช้งานสินค้า” ผ่านบริการจาก “ช่างโฮมโปร” (CHANG HomePro) ที่มุ่งเน้นซ่อมแซมและบำรุงรักษาก่อนการเปลี่ยนใหม่ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยยืดอายุสินค้าให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 97,006 ชิ้น ลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทาง ทดแทนการซื้อสินค้าใหม่
กลไกที่สองคือ “การรับคืนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ผ่านโครงการ แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำสินค้าเก่ามาแลกรับส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าใหม่ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วมโครงการแล้ว 324 แบรนด์ ครอบคลุมสินค้ากว่า 11,110 รายการ และสามารถรับสินค้าเก่ากลับจากบ้านลูกค้าได้แล้วกว่า 590,869 ชิ้น
กลไกที่สามคือ “การจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี” ผ่านกระบวนการคัดแยกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และดำเนินการโดยพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ครอบคลุมการจัดการของเก่ารวมกว่า 25,621 ตัน โดยหลีกเลี่ยงการฝังกลบให้เป็นทางเลือกสุดท้าย
ส่วนกลไกที่สี่คือ “การสร้างมูลค่าใหม่จากวัสดุหมุนเวียน” ในรูปแบบของสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 30 ราย เพื่อนำพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงและวัสดุที่ผ่านการจัดการแล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต พัฒนาเป็นสินค้ารักษ์โลกถึง 532 SKUs และส่งมอบสู่มือผู้บริโภคแล้วกว่า 8.5 ล้านชิ้น
พลังพันธมิตรทั้ง Ecosystem

ด้าน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุ ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงผู้บริโภค ความร่วมมือระหว่างเอสซีจีกับโฮมโปรเป็นการร่วมสร้าง Circular Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบวัสดุ
การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน ภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของความสำเร็จตลอด 3 ปี คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเครือเอสซีจีผู้นำความยั่งยืนระดับโลก ที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับ ESG ในการผลักดัน Circular Economy สู่ชีวิตประจำวัน ผ่านการขับเคลื่อนของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก
SCGC (เอสซีจี เคมิคอลส์): รีไซเคิลระบบปิด (Closed-Loop) นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ฟิล์ม และสายรัดพลาสติก มาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงมาตรฐานสากล (SCGC GREEN POLYMER™) พัฒนาสู่สินค้ารักษ์โลกที่ลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.1 ล้าน kgCO2e (เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 93,000 ต้น)
SCGP (เอสซีจี แพคเกจจิ้ง): บริหารจัดการขยะกระดาษจากโฮมโปรทุกสาขาผ่านเครื่องอัดเศษกระดาษ ณ ศูนย์กระจายสินค้า หมุนเวียนกลับสู่โรงงานรีไซเคิลแล้วกว่า 6,000 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 34 ล้าน kgCO2e
SCGD (เอสซีจี เดคคอร์): สร้างระบบหมุนเวียนวัสดุ (Material Circularity) นำสุขภัณฑ์เก่ามาเป็นวัตถุดิบผลิตกระเบื้องเซรามิกใหม่ ช่วยลดขยะและลดก๊าซเรือนกระจกสะสมตลอด 3 ปีได้รวม 70,949 kgCO2e (เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 4,730 ต้น)
อิงโมเดลเศรษฐกิจ BCG
คณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน โฮมโปรเดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานให้สอดรับกับเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบสินค้า เลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการอย่างถูกวิธี
นายวีรพันธ์ฯ กล่าวว่า ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนสะท้อนบทบาทโฮมโปรในฐานะต้นแบบองค์กรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เกิดขึ้นได้จริงทั้งในเชิงพาณิชย์ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคควบคู่กันกัน
สามารถสร้างผลลัพธ์เกิดขึ้นได้จริงทั้งในเชิงพาณิชย์ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคควบคู่กัน โฮมโปรเชื่อว่า Circular Economy ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “วิถีการใช้ชีวิตใหม่” ของผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และทำให้การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกกลายเป็นเรื่องปกติของทุกครัวเรือนภายใต้เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
