HoonSmart.com >> MPJ ระเบิดฟอร์ม Q1/ 2569 กำไร 23 ลบ. พุ่ง 23% (QoQ) อานิสงส์เปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ 2 แห่ง ” จีระศักดิ์ มานะตระกูล” ซีอีโอ อัดงบ 1,000 ล้านบาท สยายปีกโลจิสติกส์ รองรับการขยายตัว EEC

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ (MPJ) ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรและผู้นำบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 23.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2 % QoQ) และรายได้จากการให้บริการ 279.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% (QoQ)
สาเหตุหลักมาจากธุรกิจให้บริการด้านการบริหารจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 21.1% (QoQ) มาแตะ 105.2 ล้านบาท เป็นผลมาจากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้าและออกเพิ่มขึ้น จากการขยายโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ โครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 2 และโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ลาดกระบัง ทำให้สามารถสร้างรายได้ชดเชยในส่วนของต้นทุนคงที่ ของโครงการได้เพิ่มขึ้น และธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ที่มีรายได้ 45.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% (QoQ)
ภาพรวมธุรกิจแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสการเติบโตของการนำเข้าและส่งออกสินค้า ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเห็นได้จากมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทยในปี2568 ที่เติบโต 5.5% มาแตะที่ 22.6 ล้านบาท (YoY) (อ้างอิงจากกรมศุลกากร) และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ จากข้อมูลการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่เข้าและออก ผ่านท่าเรือแหลมฉบังในปี 2568 มีจำนวน 10.3 ล้านตู้ โตขึ้น 8.5% (YoY)
ขณะเดียวกัน เล็งเห็นโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) จากข้อมูล BOI ในปี 2568 มีการ ยื่นขอการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 1.4 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนใน EEC ประมาณ 64.4% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด ส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนเพื่อรองรับปริมาณความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมในอนาคต
MPJ ขานรับการเติบโต EEC เร่งสยายปีกการลงทุน
บริษัทฯ เร่งวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการลงทุนผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก 1.ธุรกิจให้บริหารจัดการลานตู้คอนเทนเนอร์: ภายใต้งบลงทุน 327 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 3 พื้นที่ 28 ไร่ ซึ่งสามารถรองรับปริมาณตู้เข้าออกได้ถึง 200,000 ตู้ต่อปี โดยมีแผนเริ่มพัฒนาในไตรมาส 2/2569 ถึงไตรมาส1/2570 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการและรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 2/2570 นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการตั้งเป้ารายได้ธุรกิจดังกล่าวในปีนี้ที่ระดับ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% (YoY) จากโครงการแหลมฉบัง 2 และโครงการลานตู้ลาดกระบัง ในพื้นที่ที่บริษัทฯดำเนินการเอง
2.ธุรกิจขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ: บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายเครือข่ายขนส่งภายในประเทศให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายฐานลูกค้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ผ่านการขยายการให้บริการขนส่งใช้รถ Outsource และมีแผนนำรถหัวลากไฟฟ้า (EV Truck) มาให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อลดต้นทุนพลังงาน และตอบโจทย์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ที่ระดับ 525 ล้านบาท
3. ธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ: บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการขยายตลาดในภูมิภาคใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นไปยังเอเชีย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง พร้อมขยายการให้บริการ NVOCC (Non-Vessel Operating Common Carrier) เพื่อเป็นตัวกลางจัดการขนส่งครบวงจร บริหารอัตราค่าระวางและให้บริการลูกค้า ซึ่งธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะช่วยพัฒนายอดขายในธุรกิจเฟรทฟอร์เวิร์ดได้ในอนาคต สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตในธุรกิจดังกล่าวไว้ที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% (YoY)
4.ธุรกิจบริการให้เช่าคลังสินค้า: บริษัทฯ เห็นโอกาสในการขยายพื้นที่ให้บริการคลังสินค้าในเขตEEC โดยมีแผนขยายคลังสินค้าเพื่อพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ 2 แห่ง อาทิ โครงการคลังสินค้าระยองเฟส 2 บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ งบลงทุน 268 ล้านบาท โดยมีแผนพัฒนาก่อสร้างคลังสินค้าในช่วงไตรมาส4/2569 ถึงไตรมาส 3/2570 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ พร้อมรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส4/2570 และเตรียมขยายโครงการคลังสินค้าแหลมฉบัง 2 บนพื้นที่ 25 ไร่ ด้วยงบลงทุน 425 ล้านบาทโดยปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจาซื้อที่ดิน ทั้งนี้หากแล้วเสร็จ และเริ่มพัฒนาโครงการได้ในช่วงไตรมาส 4/2570 ถึง ไตรมาส 3/2571 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส4/2571 เพื่อรองรับดีมานด์การจัดเก็บสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม

