กลุ่มดุสิตธานี เข้าร่วม GSTC ยกระดับการท่องเที่ยวยั่งยืน

HoonSmart.com>> กลุ่มดุสิตธานี ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก พร้อมขยายแนวปฏิบัติด้านความรับผิดชอบและสิ่งแวดล้อมสู่โรงแรมในเครือกว่า 290 แห่งทั่วโลก ภายใต้โครงการ Tree of Life มุ่งสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนและจุดหมายปลายทางในระยะยาว

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มดุสิตธานีให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การพัฒนาการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับในระดับสากลการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก หรือ GSTC ในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในเส้นทางการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ Tree of Life ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับจุดหมายปลายทางและชุมชนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ

GSTC เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่รวมความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนการเป็นสมาชิกในครั้งนี้ทำให้กลุ่มดุสิตธานีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การทำงานร่วมกัน และการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอุตสาหกรรม

กลุ่มดุสิตธานี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2492 และเติบโตเป็นบริษัทด้านบริการต้อนรับแบบครบวงจรครอบคลุมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท การศึกษาอาหารและการโรงแรม ธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และบริการที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ท และวิลล่าหรูกว่า 290 แห่ง ใน 18 ประเทศ รวมมากกว่า 11,800 ห้อง ภายใต้ 9 แบรนด์หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มดุสิตธานี คือโครงการ Tree of Life ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานในระดับองค์กรเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) อาทิการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริโภคอย่างรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมกับชุมชนในด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มดุสิตธานีได้นำระบบบริหารจัดการพลังงานมาใช้ในระดับโรงแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งแล้วในหลายแห่ง อาทิ ดุสิตธานี มัลดีฟส์, ดุสิต บีช รีสอร์ท กวม, ดุสิตธานี เกียวโต, อาศัยเกียวโต ชิโจ และดุสิตธานี ลูบี แพลนเทชัน รีสอร์ท
ขณะที่การบริหารจัดการน้ำ กลุ่มดุสิตธานีดำเนินการผ่านมาตรการประหยัดน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย

โดยนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้เพื่อรดน้ำต้นไม้และดูแลภูมิทัศน์พร้อมกันนี้ยังได้นำมาตรการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เช่น อุปกรณ์แบบเติมได้ ขวดน้ำแบบใช้ซ้ำและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ด้านการจัดการขยะอาหาร ดุสิตใช้แนวทาง 3 ด้าน ได้แก่ การลดของเสียในกระบวนการเตรียมอาหารการส่งต่ออาหารส่วนเกินให้กับชุมชนท้องถิ่นเมื่อเป็นไปได้และการนำขยะอินทรีย์ไปผลิตปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในสวนและโครงการชุมชน
กลุ่มดุสิตธานียังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในมิติสังคม โดยได้เข้าร่วม The Code เป็นหลักปฏิบัติเพื่อคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 พร้อมบูรณาการแนวทางป้องกันในนโยบายองค์กร และฝึกอบรมพนักงานในโรงแรมทั่วประเทศไทย รวมถึงลงนามในคำประกาศของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ว่าด้วยการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ตอกย้ำจุดยืนด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และนโยบายไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
การมีส่วนร่วมกับชุมชนเป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญของกลุ่มดุสิตธานี ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ Dusit Smiles ความร่วมมือกับมูลนิธิ Operation Smile ประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยสามารถระดมทุนได้มากกว่า 13 ล้านบาท เพื่อช่วยสนับสนุนการผ่าตัดและการดูแลรักษาที่เปลี่ยนชีวิตเด็กไทยกว่า 750 คน

“ที่ผ่านมาเราดำเนินการด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในทุกมิติ และเรามั่นใจว่า
การเป็นสมาชิกของ GSTC ในครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนในระดับโลกที่กลุ่มดุสิตธานีพร้อมจะยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวที่จะขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนไปสู่โรงแรมในเครือของดุสิตธานีที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย” นายชนินทธ์กล่าว

ด้าน มร. แรนดี้ เดอร์แบนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก (GSTC) กล่าวว่า GSTC ยินดีต้อนรับกลุ่มดุสิตธานีในฐานะสมาชิก และชื่นชมในความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพันธกิจด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนพร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญนี้ในอนาคต