HoonSmart.com>>กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียในสัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดขายสุทธิรวม 7,968 ล้านดอลลาร์ แรงขายกระจุกตัวในไต้หวันและเกาหลีใต้ ขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์ยังคงรักษาสถานะเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี คาดกลุ่มปิโตรเคมี ท้าแรงขายได้ดี
บล.บัวหลวง อัปเดตการลงทุนในภูมิภาคจาก Fund Flow ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียยังคงผันผวน กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคด้วยปริมาณมาก โดยมียอดขายสุทธิรวม 7,968 ล้านดอลลาร์ แต่เริ่มชะลอลงบ้าง หลังจากก่อนหน้านี้ต่างชาติขายสุทธิรุนแรงต่อเนื่องสองสัปดาห์ จนทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลในปี 2000 คิดเป็นยอดขายสะสมสองสัปดาห์รวม 25,633 ล้านดอลลาร์
แรงเทขายส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในตลาดหุ้นเอเชียเหนือ โดยเฉพาะไต้หวัน มียอดขายสุทธิ 5,646 ล้านดอลลาร์ และเกาหลีใต้ 2,208 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดหุ้นกลุ่ม TIP มีแรงขายกดดันจากไทย (-99 ล้านดอลลาร์) และฟิลิปปินส์ (-35 ล้านดอลลาร์) ขณะที่อินโดนีเซียมีแรงซื้อเข้ามาเล็กน้อย (20 ล้านดอลลาร์)
เกาหลีใต้เผชิญแรงขายมากที่สุด
เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน แรงขายที่เร่งตัวขึ้นในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้กดดันให้ Fund Flow ของตลาดหุ้นเอเชียพลิกกลับมาอยู่ในสถานะขายสุทธิรวม 35,353 ล้านดอลลาร์ โดยแรงขายหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในเกาหลีใต้ ซึ่งถูกนักลงทุนต่างชาติขายสะสมสูงถึง 24,064 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยไต้หวัน 11,722 ล้านดอลลาร์ และอินโดนีเซีย 510 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นไทยและฟิลิปปินส์ยังคงรักษาสถานะเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี โดยไทยมียอดซื้อสะสม 732 ล้านดอลลาร์ และฟิลิปปินส์ 211 ล้านดอลลาร์ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า แม้แรงขายต่างชาติจะกดดันตลาดหุ้นเอเชียในวงกว้าง แต่กระแสเงินทุนยังไม่ได้ไหลออกจากทุกตลาดในทิศทางเดียวกันทั้งหมด
ภาพรวมรายอุตสาหกรรม
เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการซื้อขายผ่าน Volume Flow Index ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงซื้อทยอยกลับเข้ามาในบางกลุ่มอุตสาหกรรม หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้าตลาดเผชิญแรงขายแบบกระจายตัวในวงกว้าง
กลุ่มที่เห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างชัดเจน ได้แก่ พลังงาน ซึ่งเริ่มมีสัญญาณบวกในตลาดหุ้นไทยและเกาหลีใต้ ขณะที่กลุ่ม ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มีสัญญาณฟื้นตัวในหลายตลาด เช่น ไทย เกาหลีใต้ และไต้หวัน เช่นเดียวกับกลุ่ม สื่อสาร ที่เริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนในทั้งสามตลาด
ภาพนี้บ่งชี้ว่ากระแสเงินทุนอาจเริ่มขยับจากการขายแบบ broad-based ไปสู่การเลือกสะสมเป็นรายกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์สงคราม หรือกลุ่มที่มีลักษณะ defensive อย่างสื่อสาร
แนวโน้มระยะสั้นและภาพรวมการลงทุน
แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มชะลอลงถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก และอาจสะท้อนว่ากระบวนการลดความเสี่ยงของเงินทุนในระดับภูมิภาค (Regional De-risking Phase) กำลังเข้าใกล้ช่วงปลาย อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นการไหลกลับของเงินทุนอาจยังไม่เกิดขึ้นในลักษณะกระจายทั่วทั้งตลาด แต่มีแนวโน้มเป็นการกลับเข้าไปลงทุนแบบเลือกเป็นรายกลุ่มหรือรายประเทศก่อน
การกลับมาของแรงซื้อแบบ broad-based ยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากความตึงเครียดคลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีแนวโน้มฟื้นตัว และจะเปิดทางให้ Fund Flow กลับเข้ามาในภูมิภาคอย่างกว้างขวางมากขึ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินว่าหุ้นในกลุ่ม ปิโตรเคมี ยังมีแนวโน้มยืนระยะได้ดีกว่ากลุ่มอื่นในสัปดาห์นี้ โดยมีแรงหนุนจากสัญญาณการเข้าซื้อที่ปรากฏในหลายตลาดของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังต่อความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะได้เช่นกัน
