คปภ. หนุน “สุขกาย สบายกระเป๋า” เปิด OPD ซื้อยาเองลดเบี้ย 50%

HoonSmart.com >>คปภ. หนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ลดภาระค่ารักษา หลังค่ายา-เวชภัณฑ์พุ่งเฉลี่ย 25% ต่อปี เปิด OPD ซื้อยาเองลดเบี้ย 50%

นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลการรับประกันภัยสุขภาพ พบว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์ถึงกว่า 30% โดยช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี

คปภ.จึงสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาคประชาชน พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สถานการณ์ค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยอย่างเหมาะสม

สำหรับ การทำประกันภัยสุขภาพมี 2 รูปแบบคือ

1.ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล และประกันภัยสุขภาพกลุ่ม โดยพบว่า ผู้เอาประกันภัยมักจะมีการซื้อแผนความคุ้มครองที่มีวงเงินความคุ้มครองที่ค่อนข้างสูง เพื่อให้เพียงพอตามอัตราเงินเฟ้อในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระเบี้ยในระยะยาว

2.แบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะให้นำใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาเองจากร้านขายยา พบว่ายาบางชนิด ที่แพทย์สั่งจะเป็นยาเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องรับยาจากทางโรงพยาบาล

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาดังกล่าว คปภ. กับ ภาคธุรกิจประกันภัย กำหนดเงื่อนไขในความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้มครองที่รองรับการนำใบสั่งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สูงเกินความจำเป็น

ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรับยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่ ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริหารวงเงินความคุ้มครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภัยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาลของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สูงมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้

“คปภ.เชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการในแนวทางดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยมีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้ระบบประกันภัยมีความยืดหยุ่น โปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนได้มีเครื่องมือบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ ช่วยลดภาระทางการเงิน มีส่วนช่วยลดอัตราค่าสินไหมทดแทน ชะลอการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อของค่ายาและเวชภัณฑ์ได้ในอนาคต และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน”นายอาภากร กล่าว

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–