EGCO มั่นใจกำไรปี’69 ฟื้น รายได้ใหม่หนุน-รุกลงทุน 3 หมื่นลบ.

HoonSmart.com>>บริษัทผลิตไฟฟ้า มั่นใจรายได้-กำไรปี 2569 โตกว่าปี 2568 รายได้ใหม่จาก Pinnacle I – Linden Cogen – Quezon CDI Group พร้อมพอร์ตพลังงานหมุนเวียน Apex สหรัฐฯ เข้า เดินหน้าลงทุน 30,000 ล้านบาทในก๊าซและพลังงานสะอาด รองรับดีมานด์ Data Center กำลังผลิตรวม 6,844 MW กระจาย 7 ประเทศ ชี้สงครามตะวันออกกลางผลกระทบจำกัด

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า หรือ EGCO มั่นใจว่า ปี 2569 รายได้รวม และกำไรสุทธิของบริษัท จะมีการเติบโตกว่าปี 2568 (ปี 2568 มีรายได้รวม 37,905 ล้านบาท ลดลง 18%  มีกำไรสุทธิ 4,727 ล้านบาท ลดลง 13%)

พร้อมกับ ประเมินว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กระทบต่อธุรกิจของบริษัทอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากการลงทุนของกลุ่มกระจายอยู่ในประเทศไทยและอีก 6 ประเทศ ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้พื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง อีกทั้งยังมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่เป็นระบบ

สำหรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีกลไกส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อ (Off-taker) ขณะที่บางส่วนเป็นการขายไฟฟ้าเข้าสู่ตลาด Power Pool ซึ่งสะท้อนราคาค่าเชื้อเพลิงโดยตรงอยู่แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนสำรองเชื้อเพลิงและระบบขนส่งที่เพียงพอ เช่น โรงไฟฟ้าพาจู ประเทศเกาหลีใต้ ที่ใช้ก๊าซ LNG นำเข้าจากสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลาง จึงไม่ถูกกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวโดยตรง

“การลงทุนที่หลากหลายทั้งเชื้อเพลิงและประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์นี้”นายธวัชชัย กล่าว

นายธวัชชัย กล่าวว่า สถานการณ์พลังงานในปี 2569 กลไกราคาค่าไฟฟ้าในประเทศยังไม่กระทบต่อผลประกอบการ เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงถูกส่งผ่าน (Pass-through) ตามกลไกราคา ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับลดค่าไฟฟ้าลง 1 สตางค์ต่อหน่วย ตามคำขอของภาครัฐ จากเดิม 2.1678 บาทต่อหน่วย เหลือ 2.1578 บาทต่อหน่วย ซึ่ง EGCO ประเมินว่าผลกระทบต่อรายได้มีเพียงเล็กน้อยและสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้

ในด้านการจัดการพลังงานไทยมีการนำเข้า LNG ทั้งแบบสัญญาระยะยาวและระยะสั้นราว 30% โดยมาตรการประหยัดพลังงานของภาครัฐ รวมถึงการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินและการซื้อไฟจากลาวเพิ่มเติม จะช่วยควบคุมความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นายธวัชชัย กล่าวว่า ปี 2569 เตรียมงบลงทุนไว้กว่า 30,000 ล้านบาท โดยจะมาจากสภาพคล่องของบริษัท 50% และเงินกู้ธนาคาร 50% ส่วนใหญ่เป็นการกู้ในสหรัฐอเมริกา โดยต้นทุนการเงินจะทยอยลดลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ทั้งนี้ บริษัทฯจะแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานธุรกิจสำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจ Data Center

“ปี 2569 บริษัทฯยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต จากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการที่ลงทุนไว้ก่อนหน้านี้ เช่น โรงไฟฟ้า Pinnacle I และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมถึงโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าในธุรกิจ Data Center ขณะที่ในฟิลิปปินส์ บริษัทจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ 400 เมกะวัตต์ ส่วนในอินโดนีเซีย บริษัทได้ขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานผ่าน CDI Group”นายธวัชชัย กล่าว

นายธวัชชัย กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO Group อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับ กฟผ. (SPP) 10 โครงการ และ PPA กับ กฟภ. (VSPP) 1 โครงการ คาดว่าจะลงนามครบภายในไตรมาส 2 ปี 2569 และเริ่มก่อสร้างโครงการแรกกลางปี 2570 โดยทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD) ระหว่างปี 2571–2573

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญสำหรับธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ

ในส่วนโครงการนิคมอุตสาหกรรม เอ็กโกระยอง (ERIE) บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่งของ กฟผ. และหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพลงทุนในพื้นที่ ซึ่งมีความต้องการไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง อีกทั้งยังมองหาโอกาสธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้า Independent Power Supply (IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในอนาคต โดยขณะนี้ มีลูกค้าหลายรายอยู่ระหว่างเจรจา ความต้องการโหลดไฟฟ้าแบ่งเป็นเฟส เริ่มต้นที่ 100 เมกะวัตต์ และอาจขยายถึง 400–500 เมกะวัตต์ในอนาคต โดยกันพื้นที่ไว้สำหรับขายให้ลูกค้าและการพัฒนา Utility รองรับ ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะใช้ไฟจาก Grid ก่อน ก่อนที่จะมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาเสริม

ปัจจุบัน EGCO Group มีกำลังผลิตรวม 6,844 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟแล้ว 6,788 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 56 เมกะวัตต์ สัดส่วน 57% อยู่ในต่างประเทศ 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เกาหลีใต้, ลาว, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ส่วนอีก 43% อยู่ในประเทศไทย

รายได้หลักของบริษัทประมาณ 88% มาจากธุรกิจไฟฟ้า โดย 75% อยู่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA), 23% ขายเข้าสู่ Power Pool Market และ 2% จำหน่ายตรงให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมฯ

ในด้านพลังงานหมุนเวียน ได้ลงทุนใน Apex Clean Energy สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นพอร์ตสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด Apex มี Pipeline โครงการกว่า 200 โครงการ กำลังผลิตรวมกว่า 54,000 เมกะวัตต์ โดยปีที่ผ่านมาได้พัฒนาและดำเนินการแล้วสะสมกว่า 1,585 เมกะวัตต์ พร้อมขายสินทรัพย์ราว 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการใหม่ต่อไป ปัจจุบัน Apex มีโครงการที่ดำเนินการแล้ว 12 โครงการ กำลังผลิตเกือบ 1,600 เมกะวัตต์

นายธวัชชัย กล่าวว่า ปี 2569 บริษัทฯยังดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ power4 ครอบคลุมการดำเนินงานระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2570 โดยมี 4 ด้าน ประกอบด้วย

1.Profitability and Performance Energizing  เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

2.Power and Energy-related Focus  เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจ Data Center รวมถึงแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

3.Portfolio Optimization บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และจัดการสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Asset Recycling เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคต พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

4.Proactive Organization Excellence ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการเชิงรุก ด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและความพร้อมจ่ายอย่างต่อเนื่อง

นอกจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “POWER4” แล้ว การบริหารจัดการองค์กรจะขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL” หนึ่งเดียวเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารเชิงรุก มุ่งสร้างเป้าหมายร่วมกัน พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามกรอบ ESG เพื่อความมั่นคงขององค์กรและผลตอบแทนในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม 3 ระยะ ได้แก่ ภายในปี 2573 เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ปี 2583 มุ่งสู่ Carbon Neutrality และปี 2593 บรรลุ Net Zero