HoonSmart.com >> ต่างชาติ-สถาบัน ตะลุยหุ้นใหญ่ ลาก PTT-DELTA และแบงก์ ดัน SETพุ่ง 27 จุด จ่อ 1,500 จุด มูลค่าซื้อขายพองเฉียด 1 แสนล้าน ด้าน PTT กวาดกำไร 90,166 ล้านบ. แจกปันผล 1.40 บาท/หุ้น
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นแรงจากแรงซื้อหุ้นใหญ่กลุ่มแบงก์ , ปตท (PTT) และเดลต้า ส่งผลให้ดัชนีจ่อ 1,500 จุด ปิดที่ 1,493.91 จุด +27.24 จุด หรือ 1.86% มูลค่าซื้อขายหนาแน่น 94,763.72 ล้านบาท เป็นการซื้อขายสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี
หุ้น PTT มีการซื้อขายหนาแน่น ติดอันดับ 1 หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดของวัน หรือ 10% ของมูลค่าซื้อขายของตลาด ราคาปิดที่ 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 3.45% มูลค่าซื้อขาย 10,144.85 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน PTT แจ้งผลดำเนินงาน สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 กำไรสุทธิ 90,166.37 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.15 บาท ดีขึ้นเล็กน้อย 94.35 ล้านบาท หรือ 0.10% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 90,072.02 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.15 บาท
บริษัท ฯ จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 หุ้นละ 1.20 บาท และให้พิเศษอีก 0.20 บาท ขึ้น XD วันที่ 5 มี.ค. จ่ายปันผลวันที่ 28 เม.ย.2569
บริษัท ปตท. ชี้แจงผลดำเนินงาน 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีกําไรสุทธิ 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือ 0.1% จากปี 2567 ที่มีกําไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกําไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกําไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus ของ PTTGM และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกําไรของบริษัทร่วม จากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ของการเข้าซื้อหุ้นและควบรวมโรงกลั่นนํ้ามันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของ TOP
ขณะที่ปี 2567 มีผลขาดทุน 4,400 ล้านบาท โดยหลักขาดทุนจากบริษัท PTTAC จากการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิกับส่วนแบ่งกำไรจากการขายเงินลงทุนใน Alvogen Malta (Out-licensing) Holding Ltd. (AMOLH) และกําไรจากการจําหน่ายสินทรัพย์ให้บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด ( PE LNG) ของ PTTLNG
ปี 2568 ปตท.และบริษัทย่อยมี EBITDA จํานวน 332,849 ล้านบาท ลดลงจํานวน 63,385 ล้านบาท หรือ 16% จากปี 2567 จํานวน 396,234 ล้านบาท โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจสํารวจและผลิตปิ โตรเลียม มีผลการดำเนินงานลดลง จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
รวมถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น มีผลการดาเนินงานลดลง โดยธุรกิจปิโตรเคมีลดลง ทั้งจากกลุ่ม อะโรเมติกส์และกลุ่มโอเลฟินส์ จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่กับวัตถุดิบ และปริมาณขายของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ปรับลดลง
ธุรกิจการกลั่นมีผลการดาเนินงานลดลง จากปริมาณขายที่ลดลง ํ แม้ว่ากาไรขั้นต้นจากการกลั่น ( Market GRM) เพิ่มขึ้นจากส่วนต่าง
ราคาผลิตภัณฑ์ รวมถึงขาดทุนสต๊อกนามันสุทธิกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือลดลง โดยในปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2567 ขาดทุนประมาณ 13,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานลดลง โดยหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายรวมลดลง ประกอบกับผลการดำเนินงานของ บริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ ปรับลดลง โดยหลักจาก บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ( PTTLNG) เนื่องจากมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 2 (LMPT2) เป็นร้อยละ 50.0 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 รวมถึงบริษัท ปตท. จําหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด ( PTTNGD) มีผลการดำเนินงานลดลง โดยหลักจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคาอ้างอิง
ขณะที่ ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ มีผลการดําเนินงานดีขึ้น เนื่องจากในเดือนมกราคม 2567 มีการนําค่าปรับจากปริมาณที่ผู้ผลิตก๊าซฯ ส่งได้ไม่ถึงปริมาณตามสัญญา (Shortfall) ของแหล่งก๊าซฯ ในอ่าวไทยจํานวน 4,300 ล้านบาท มาคำนวณเป็นส่วนลดราคา Pool Gas ตามคาสั่ง ของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.)
