ผิดหวังกำไร BBLลดพอร์ต-หั่นราคา ถล่ม 4 แบงก์ฟาดวอลุ่ม 3 หมื่นลบ.

HoonSmart.com>>ผิดหวังหนัก!ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรไตรมาส 2/69 อ่อนแอลงทั้งฝั่งรายได้และค่าใช้จ่าย พร้อมใจกันทุบซะน่วม ราคาดิ่ง-6.50% เหลือ 187 บาท นักวิเคราะห์ต่างพากันลดน้ำหนัก จากที่เคยเชียร์”ซื้อ” โบรกฯซิตี้กรุ๊ป หั่นราคาลง 1 บาทเหลือ 189 บาท ลุกลามเทกระจาดทุกแบงก์ ดัชนีแบงก์ร่วง 3.28% ปิดที่ 600.60 จุด แรงขายกระจุก 4 ธนาคารใหญ่ BBL-SCB-KBANK-KTB รวมมูลค่า 32,680 ล้านบาท เฉียด 30% ของทั้งตลาดสูงถึง 116,521ล้านบาท คาดราคายังลงได้อีก!!

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดผลงานไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิเพียง 9,497.92 ล้านบาทรวม 6 เดือนกำไรทั้งสิ้น 20,492 ล้านบาทต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ต้นเหตุจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัว ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.46%หายไป 0.39% รายได้ค่าธรรมเนียม และพอร์ตตราสารหนี้ก็ไม่ดีอย่างที่คาด ทำให้ตลาดไม่แน่ใจถึงการฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3 นักวิเคราะห์ไทยจึงมีการปรับคำแนะนำจากที่เคยเชียร์”ซื้อ” จนผลักดันราคาวิ่งไปแตะ 200 บาท ลงมาเหลือ “ถือ-เทรดดิ้ง-รอราคาย่ออีกหน่อยค่อยเข้าไปซื้อ”

ล่าสุดโบรกเกอร์ต่างประเทศ Citi ปรับลดราคาเป้าหมาย BBLลงเหลือ 189 บาท จาก 190 บาท SCB ก็ถูกปรับราคาลงเป็น 148 บาท จากเดิม 150 บาท ส่วน  KTB ได้ปรับราคาขึ้นเป็น 46.10 บาท จากเดิม 45 บาท

ขณะเดียวกัน ยูบีเอส กลับปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย SCB เป็น 152 บาท จากเดิม 135 บาท

ด้านการซื้อขายหุ้นธนาคาร ราคาหุ้น BBL  ดิ่งลงแรงถึง 6.50%หรือ -13 บาทปิดที่ 187 ล้านบาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดของวัน 11,844.32 ล้านบาท ตามด้วย SCB ไหลลง 2.58% หรือ -4 บาท ปิดที่ 151 บาท มูลค่าซื้อขายมากเป็นอันดับสองที่ 10,035.76 ล้านบาท ส่วน  KTB ระหว่างวันพยายามสู้ แต่ต้านแรงขายไม่ไหว  รูดลง 3.53% หรือ-1.50 บาทปิดที่ 41 บาท มูลค่าซื้อขาย 5,460.42 ล้านบาท และ KBANK  ติดลบ 1.28% หรือ- 3 บาทปิดที่ 232 บาท มูลค่า 5,406.71 ล้านบาทธนาคาร 4 แห่งมีมูลค่าการซื้อขายรวม 32,747.21 ล้านบาท ทำให้ตลาดหุ้นโดยรวมมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 116,521.27 ล้านบาท และให้ดัชนี SET ระหว่างวันทรุดลงมากกว่า 20 จุด ก่อนฟื้นมาปิดที่ 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด หรือ -0.82%

ดัชนีหมวดแบงก์ ร่วงแรง 3.28% หรือ-20.39 จุด ปิดที่ 600.60 จุด

บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ปรับลดคำแนะนำเป็น”ถือ”สำหรับ BBL  หลังจากผลงาน 6 เดือนมีสัดส่วน 49% ของประมาณการกำไรเต็มปีและ ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 210 บาท (PBV ที่ 0.65เท่า )แม้ผลงานในภาพรวมผันผวนในครึ่งปีแรก  แต่โมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อ และ NIM ที่ต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 น่าจะทำให้ธนาคารมีรายได้เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง ในขณะเดียวกัน คุณภาพสินทรัพย์ที่ผันผวนน่าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้โดยอาศัยส่วนรองรับหนี้เสียที่สูง

“ครึ่งปีทำกำไรได้ 49% เราจึงยังคงประมาณการกำไรในอีกสองปีข้างหน้าเอาไว้เท่าเดิม ซึ่งเมื่อขยับไปใช้ PBV ที่ 0.65 เท่า ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนใหม่ที่ 210 บาท (จากเดิม 202 บาท) ซึ่งเหลือ upside จำกัด ดังนั้นจึงปรับลดคำแนะนำเป็นถือ”บล.เคจีไอระบุ