HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ให้เป้าหุ้น ธนาคารกรุงเทพ 180 บาท ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสู่อาเซียน-FDI ไหลเข้าไทยต่อเนื่อง เครือข่ายครอบคลุม 14 เขตเศรษฐกิจ หนุนสินเชื่อโต มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลปี’68 จาก 37% เป็น 41% เพิ่มผลตอบแทนจาก 4.2% เป็น 4.8%
นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง วิเคราะห์ ว่า ธนาคารกรุงเทพ (BBL) จะได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก เนื่องจากผู้ผลิตจำนวนมากมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังประเทศในอาเซียนในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีเงินลงทุนสุทธิจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ภูมิภาคในระดับสูงต่อเนื่อง จากการปรับโครงสร้าง supply chain รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ในกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำ เรามองว่า BBL จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีเครือข่ายในต่างประเทศครอบคลุม 14 เขตเศรษฐกิจสำคัญ โดย ณ สิ้นปี 2568 BBL มีสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศคิดเป็น 23% ของพอร์ตทั้งหมด ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาธนาคารพาณิชย์ไทย และธนาคาร Permata (บริษัทย่อยของ BBL ในอินโดนีเซีย) รายงานการเติบโตของสินเชื่อ 5% YoY ณ สิ้นปี 2568 (ซึ่งดีกว่าสินเชื่อรวมของ BBL ที่ลดลง 3% YoY ณ สิ้นปี 2568)
จากการศึกษาข้อมูลในช่วงปี 2548–2567 พบว่า แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อ BBL และทิศทางเงินลงทุนสุทธิ FDI ที่ไหลเข้าสู่กลุ่ม ASEAN-6 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) มีความสัมพันธ์กันสูงถึง 92% โดยสินเชื่อของ BBL มักเร่งตัวในช่วงที่เงินลงทุนสุทธิไหลเข้าสู่อาเซียนมากขึ้น
ตำแหน่งที่มั่นคงท่ามกลางการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ช้า
คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารอยู่ในระดับที่ดีและเราคาดว่าจะยังคงดีต่อเนื่องในปี 2569 โดยอัตราส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมลดลงจาก 3.3% ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2568 เหลือ 3.0% ณ สิ้นปี 2568 นอกจากนี้ อัตราการตั้งสำรองต่อหนี้เสียก็เพิ่มขึ้นจาก 294.2% ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2568 เป็น 324.1% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 201.2% ดังนั้น เรามองว่า BBL มีความพร้อมในการปรับลดการตั้งสำรองเพื่อลดผลกระทบจาก NIM ที่ลดลงในปีนี้
อาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการเงินปันผล
BBL มีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ 17.2% ณ สิ้นปี 2568 (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำที่ 17.1% และสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำที่ 8.0% อย่างมาก)
ประมาณการเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2568 ของเราอยู่ที่ 9 บาทต่อหุ้น อิงอัตราการจ่ายเงินปันผล 37% ซึ่งถือว่าอนุรักษ์นิยม เป็นไปตามระดับก่อนช่วงโควิด แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการการจ่ายปันผลปี 2568 ของกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำที่ 62% ทั้งนี้มีโอกาสที่ BBL จะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2568
จากการคำนวณของเรา หากอัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มจาก 37% เป็น 41% เงินปันผลสำหรับครึ่งหลังของปี 2568 จะเพิ่มจาก 7 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.2%) เป็น 8 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.8%) และ ROE ปี 2569 จะขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 7.05% เป็น 7.06%
