HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกกำลัง กรุงศรี นำแพลตฟอร์ม SETCarbon ให้ SME ใช้คำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียวต้นทุนต่ำ 3.5% คงที่ 2 ปีแรก สร้างความพร้อมรับมือกฎเกณฑ์โลกใหม่ที่มุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โลกกำลังเคลื่อนไปสู่การผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศออกมาตรการใหม่ออกมาเพื่อร่วมกันเดินหน้าเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เช่น ยุโรป มีมตรการ CBAM ด้านการท่องเที่ยวมั่งสู่ green tourism โรงแรมต้องสร้างขยะน้อย ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ไม่ปล่อยน้ำเสีย
รวมถึง ยอดการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ที่เป็นพลังงาน ล้วนเป็นพลังงานสีเขียว ฉะนั้น ประเทศไหนทำได้ก่อน บริษัทไหนทำได้ก่อน เอสเอ็มอีไหนทำได้ก่อนเป็นจุดที่ได้เปรียบ
ข้อมูลคาร์บอนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะเมื่อกฎกติกาการค้าโลก และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขทางการค้ามากขึ้น ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินและผู้ลงทุนได้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในการพิจารณาจัดสรรเงินทุน ดังนั้น การพัฒนาโครงสร้างข้อมูลที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงสู่ภาคการเงิน จึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความพร้อมของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว
“ความร่วมมือกับกรุงศรีในครั้งนี้จะสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน ในการเตรียมความพร้อมรับมือกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และเงื่อนไขด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มข้นขึ้น ผ่านการเข้าถึงเครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนอย่างเป็นระบบ โดย SETCarbon ไม่เพียงรองรับการรายงานข้อมูล แต่ยังช่วยให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการเข้าถึงแหล่งทุน และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจได้จริง ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้านำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบให้ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้สะดวกอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีองค์กรใช้งานระบบ SETCarbon แล้วกว่า 380 บัญชี โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 30% สะท้อนถึงความต้องการใช้เครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นบริษัทจดทะเบียนประมาณ 85% ขณะที่อีกประมาณ 15% เป็นองค์กรนอกตลาดหลักทรัพย์ สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และกรุงศรีได้นำระบบ SETCarbon ไปประยุกต์ใช้กับลูกค้าของธนาคาร ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสถาบันการเงินพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการใช้งานระบบ รวมทั้งสิ้น 3 แห่ง และมีแนวโน้มขยายความร่วมมือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต” นายศรพล กล่าว
น.ส.ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวว่า กรุงศรีมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตระหนักว่ายังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ต้องการองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน จึงได้ดำเนินโครงการ Krungsri ESG Academy อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความรู้ด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน และสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถจัดทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปีนี้ กรุงศรีได้รับการสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์ม SETCarbon จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเก็บและบริหารข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปทวนสอบและขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพิ่มความน่าเชื่อถือและรองรับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืนในอนาคต”
“ทั้งนี้ กรุงศรียังพร้อมให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ต่ำสุด 3.5% ในช่วง 2 ปีแรก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ” น.ส.ดวงกมล กล่าว
น.ส.ดวงกมล ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเอสเเอ็มอีที่เป็นร้านอาหารประสบความสำเร็จ หลังจากเข้าร่วม โครงการ Krungsri ESG Academy และได้รางวัล มีการนำรางวัลดังกล่าวไปใช้ในมุมการส่งเสริมการตลาด สามารถขยายตลาดในยุโรปได้เร็วขึ้น และขยายตลาดไปยังประเทศอื่นได้ง่ายขึ้น
อีกหนึ่งกรณีศึกษา คือร้านทันตกรรมทำฟันปลอม ที่ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ สามารถขยายตลาดไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และตลาดในไทยก็มีพันธมิตรที่เป็นโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ พิสูจน์ว่าการทำธุรกิจตามกรอบ ESG มีความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ลดลง ได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สามารถอัพราคาสินค้าได้ ขยายตลาดได้ง่าย
