กัลฟ์ฯยันลงทุนกสิกรฯไม่มีสิทธิพิเศษ ธปท.ดีดลูกคิด ถือไม่ถึง 10%

HoonSmart.com>>”กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์” (GULF) ประกาศเป้าหมายถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย(KANK) เพิ่ม เพื่อลงทุนระยะยาว เหมือนนักลงทุนทั่วไป ไม่มีนโยบายเข้าแทรกแซงบริหาร ยึดหลักธรรมาภิบาล ด้านธปท.ยันไม่ต้องขออนุญาต ถือไม่ถึง 10% ของหุ้นชำระแล้ว หลักคิดต่างจากก.ล.ต. ด้านราคาหุ้นกัลฟ์พุ่งฉิ่ว ปีนี้แจกกำไรให้ผู้ถือหุ้นสูงถึง 43% บล.กรุงศรีเพิ่มเป้ากำไรปกติปี 69-70 ขึ้น 15% เขย่งเป้าราคาใหม่ 70 บาท

น.ส.ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ชี้แจงเกี่ยวกับการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีการติดต่อหรือประสานงานกับธนาคาร ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน หรือการจัดการของธนาคารแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ธนาคารได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว

บริษัทฯ ตระหนักในหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายหรือการบริหารจัดการของธนาคาร เนื่องจากการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของธนาคาร เป็นไปตามหลักปฏิบัติทั่วไปและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน บริษัทฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของธนาคาร ได้รับข้อมูลผลการดำเนินงานและข้อมูลอื่น ๆ จากฝ่ายบริหารและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ในลักษณะเดียวกับผู้ถือหุ้นรายอื่นอย่างเท่าเทียมกัน ในโอกาสที่ได้พบปะและหารือกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทฯ ได้สะท้อนความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งยังมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย พร้อมทั้งเสนอแนะให้ฝ่ายบริหารดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม รวมถึงบริหารสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของธนาคารโดยรวม

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่มีอยู่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของธนาคาร ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นสำคัญ

ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ชี้แจงว่า บริษัทกัลฟ์ฯเข้าถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย 10.03% นั้น  การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ธนาคารกสิกรไทยจำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ ขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ทำให้กัลฟ์ฯถือหุ้นธนาคารกสิกรไทยยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และบริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป

วันที่ 16 ก.พ. 2569 นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้น KBANK ราคาทะลุ 200 บาท แตะ 201 บาท ก่อนปิดที่ 199 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาทหรือ +1.79% มูลค่าซื้อขายสูงสุดของวันที่ 4,780.07 ล้านบาท ส่วน GULLF ทะลุ 60 บาท แตะ 61 บาท ปิดที่ 59.75 บาท บวก 0.50 บาทหรือ+0.84% มูลค่าซื้อขาย 3,506.02 ล้านบาท

ด้านบล.กรุงศรี มองบวกต่อ GULF เข้าถือธนาคารกสิกรไทยทะลุ 10% เป็นกลยุทธ์บริหารสภาพคล่องเต็มประสิทธิภาพระหว่างรอ Upside จาก Data Center และโรงไฟฟ้าบนแผน PDP ใหม่ ผสานกับการรวม Upside ส่วนแบ่งกำไร ADVANC ที่ดีกว่าคาดและ Data Center ใหม่ GSA03 ที่ยังไม่อยู่ในประมาณการตอกย้ำสถานะ Proxy หลัก Data Center ไทย

“ยืนยันซื้อหุ้น GULF เป็น Top Pick  กลุ่มบนให้ราคาเป้าหมายใหม่ปีนี้ 70 บาท ปรับเป้ากำไรปี 2569-2570 ขึ้น 15% จากปี 2568 กำไรปกติ 26,595 ล้านบาท ปี 2569 จำนวน 32,006 ล้านบาทและปี 2570 จำนวน 36,513 ล้านบาท จากโอกาสเติบโตกำไรชัดเจนและต่อเนื่องมากสุด (Earnings Upward) และ Earnings ที่ยังมี Upside ใหม่ๆ เติมเข้ามารอบด้าน (Earnings Upgrade)  และมองว่าระยะยาว GULF จะถือหุ้นในกรอบ 9-10% เพื่อลดความยุ่งยากทางกฎระเบียบซึ่งหากถือเกิน 10% จะต้องรายงานแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างต่อเนื่อง ”

ระยะสั้นคาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 7,549 ล้านบาท (+59% y-y, +4% q-q) ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หนุนโดย Equity Income ขาขึ้น (+105% y-y, +6% q-q) จาก ADVANC,Jackson และ BKR2 ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/69 กำไรปกติทำ New High ต่อเนื่องแบบขั้นบันได จากกำไร ADVANC ยังเป็นขาขึ้น การ COD โรงไฟฟ้าโซลาร์รวม 354 MW ปลายไตรมาส 4 ที่ผ่านมา  และส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ได้แรงหนุนทั้งค่า CP เพิ่มเป็น 270 ดอลลาร์ /MW-day และ Spark Spread ที่ขยายตัวตามราคาก๊าซ Henry Hub บนสภาพอากาศที่หนาวผิดปกติในช่วงต้นปี 2569