HoonSmart.com>>”มากุโระ กรุ๊ป”(MAGURO) ตั้งเป้ารายได้ปี 68 เติบโต 30% แผนขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 10 สาขา ระยะอันใกล้เล็งเปิดสาขา TONKATSU AOKI หลังสวน 25 มี.ค.่นี้ พร้อมสร้างแบรนด์ใหม่ 1-2 แบรนด์ในปี 68 แย้มไตรมาส 1/68 เล็งผลงานดีหลัง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.)ทำได้ดีกว่าที่ประมาณการ และราคาปลาแซลมอนไตรมาสแรกปีนี้ถือว่าโชคดีมากที่ไม่สูงเหมือนทุกปีช่วยหนุนกำไรด้วย
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% ขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 10 สาขา และจะมีการสร้างแบรนด์ใหม่ (New Brand) 1-2 แบรนด์ในปี 2568 โดยผลงานไตรมาส 1 ปี 2568 คาดว่าจะทำได้ดี หลัง 2 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ.) ทำได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้ แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) โดยรวมในไตรมาส 1 ยังติดลบอยู่ จากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาอันเป็นผลจากการจับจ่ายใช้สอยลดลง ซึ่งบริษัทก็ยังโฟกัส SSSG เป็นรายสัปดาห์กันเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2568 ได้มีการเปิด 1 สาขาของ Hitori Shabu ที่เซ็นทรัล พระราม 9 ไปแล้ว และเตรียมจะเปิดสาขาของ TONKATSU AOKI ที่หลังสวนในวันที่ 25 มี.ค.่นี้
สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯมาจาก MAGURO 57% ปัจจุบันมี 18 สาขา, Hitori Shabu มีสัดส่วนรายได้ 28% มีจำนวน 12 สาขา, SSAMTHING TOGETHER มีสัดส่วนรายได้ 15% มีจำนวน 6 สาขา และปี 2567 ได้มีนำเข้าแบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่นชื่อ TONKATSU AOKI ร้านหมูทอด ขณะนี้มี 1 สาขา และในปี 2568 มีแผนจะเปิดอีกหลายสาขา ซึ่งยอดขายในเดือนม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้มากกว่าคาด ส่วนแบรนด์ใหม่อีกอันคือ CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการมื้อเย็นในเดือนมี.ค.นี้้
กลยุทธ์ปี 2568 จะยึด 4 เสา 1.เพิ่ม SSSG ให้กับแบรนด์เดิม โดยจะเพิ่มจำนวนลูกค้า และเพิ่มการใช้จ่ายของลูกค้า โดยแนะนำเมนูใหม่ ๆ รวมถึงมีสินค้าให้ซื้อกลับบ้านได้ รวมถึงไปทำตลาดกับชาวต่างชาติมากขึ้น ช่วยขับเคลื่อนยอดขายสาขาเดิม อีกทั้งเพิ่มความถี่การเข้ามาใช้บริการของลูกค้า ด้วยการให้สิทธิพิเศษ และมีแผนรวมสมาชิกทุกแบรนด์มารวมกันอยู่ภายใต้เดียวกันแล้วให้สิทธิพิเศษ 2.ขยายสาขาให้แบรนด์เดิม ปีนี้มีเป้าเปิดมากกว่า 10 สาขา 3.ให้ความสำคัญกับ Value Chain Optimization ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน ใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ สร้างกำไรให้ดีขึ้น มีการเติบโตอย่างยั่งยืน และ 4.การเปิดตลาดแบรนด์ใหม่ 1-2 ตัวในปี 2568
นายจักรกฤติ กล่าวว่า “เป็นข่าวดีที่ปีนี้ราคาปลาแซลมอนไม่สูงขึ้นตามวัฏจักรราคาที่ขยับขึ้นทุกปี เป็นปีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อย เพราะทุกปีราคาในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.จะขึ้นสูงแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในระดับ 300 กว่าบาท ถือว่าค่อนข้างดีมาก ๆ และคาดว่าผลกำไรของบริษัทจะได้รับตรงนี้เข้ามาช่วย ซึ่งอาจจะดีกว่าปีที่แล้ว และเราเคยคิดที่จะนำเข้าปลาแซลมอนมาตลอด แต่เนื่องจากการ Set up การนำเข้า การขอใบอนุญาติ การดูแลโลจิสติกส์ การขนส่ง อะไรต่าง ๆ รวมถึงความเสี่ยงด้วย ถ้ต่อบริษัทมากกว่า สินค้ามาแล้วไม่สด หรือไม่สมบูรณ์ เราจะต้องเป็นเจ้าภาพในการเคลมสินค้าเอง ซึ่งเรามองดูแล้วยังไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเแซลมอน และข้อมูลที่ทราบมากำไรของผู้นำเข้าบางมาก ๆ คือมีการแข่งขันกันสูงในส่วนของผุ้นำเข้าเองอยู่แล้ว ทำให้กำไรไม่ได้สูงอยู่แล้ว เราจึงคิดว่านำเข้าผ่านตัวกลาง แล้วหาคนมาช่วยดูแลจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากกว่า”