“คิงส์ฟอร์ด” วางแนวรับ 1,150–1,170 จุด ลุ้น AOT-DELTA รีบาวด์

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนีที่ 1,150 – 1,170 จุด ส่วนแนวต้าน 1,190 – 1,200 จุด ลุ้นดัขนีรีบาวด์ หากสหรัฐมีท่าทีผ่อนปรนต่อมาตรการปรับขึ้นภาษีเม็กซิโกและแคนาดาตามความเห็นของ รมว.พาณิชย์สหรัฐ แนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย หุ้นได้รับผลกระทบน้อยจากมาตรการกีดกันการค้า เล่นเก็งกำไร AOT,DELTA มีโอกาสรีบาวด์จากสัญญาณ Oversold ทางเทคนิค หุ้นเด่นแนะ CENTEL, BDMS

บริษัหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,150 – 1,170 จุด แนวต้าน 1,190 – 1,200 จุด โดยปัจจุบัน SET เทรดบน F/PE ที่ 12.4X และ Earning Yield Gap ที่ 4.4% บ่งชี้ SET เทรดในโซนถูก ส่งผลให้ดัขนีมีโอกาสรีบาวน์ หากสหรัฐมีท่าทีผ่อนปรนต่อมาตรการปรับขึ้นภาษีเม็กซิโกและแคนาดาตามความเห็นของ รมว.พาณิชย์สหรัฐ แนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย เช่น BH,BDMS,TLI ซื้อกลุ่มอุปโภค เช่น CPALL,NEO,SABINA,TFG,TVO ได้รับผลกระทบน้อยจากมาตรการกีดกันการค้า และซื้อเก็งกำไร AOT,DELTA มีโอกาสรีบาวด์จากสัญญาณ Oversold ทางเทคนิค

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA -1.55%, S&P500 -1.22%, Nasdaq -0.35% กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ Ford -2.9%, GM -4.6% และกลุ่มการเงิน Citi Group, JPMorgan ปรับลดลง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปรับขึ้นภาษีศุลกากรกับเม็กซิโก, แคนาดาและจีน

ส่วนเม็กซิโกก็เตรียมประกาศมาตรการตอบโต้ในวันที่ 9 มี.ค. ส่วนจีนก็ปรับขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐบางรายการที่ 10 – 15% และคุมการส่งออกไปยัง บจ.สหรัฐ 15 แห่ง ซึ่งจะมีผลวันที่ 10 มี.ค. จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกังวลภาวะสงครามการค้าจะรุนแรงขึ้น ขณะที่ รมว.พาณิชย์สหรัฐได้ให้ความเห็นมาตรการปรับขึ้นภาษีเม็กซิโกและแคนาดา อาจไม่รุนแรงตามข่าว ซึ่งบ่งชี้ ประธานาธิบดีทรัมป์อาจมีการพิจารณาผ่อนผัน มาตรการขึ้นภาษีดังกล่าว โดยเช้าวันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลงต่อสภาคองเกรส ซึ่งต้องติดตามข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการค้า รวมถึงประเด็นที่สหรัฐยุติให้ความช่วยเหลือต่อยูเครน

ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 -2.14% กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ -5.4%, ธนาคาร -3.8% และพลังงาน -4.2% จากความกังวลกลุ่ม EU อาจถูกสหรัฐปรับขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าในอัตรา 25%

ปัจจัยต่างประเทศ วันนี้ติดตามผลการประชุม NPC ของจีนที่คาดจะวางเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจจีนปีนี้ที่ 5 % ซึ่งคาดอาจต้องทำงบประมาณขาดดุลที่ 5% & ปีก่อนที่ 4% ต่อ GDP

หุ้นเด่นแนะนำ CENTEL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 40.50 บาท) งวด 4Q67 มีกำไรสุทธิ 667 ล้านบาท +309%QoQ, +57%YoY หนุนจากรายได้ทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่เติบโตตามปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังเพิ่มขึ้นจาก The Food Selection ส่วนภาพรวมปี 67 มีกำไรปกติ 1.78 พันล้านบาท +80%YoY สำหรับปี 68 บริษัทมองเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจโรงแรมทางด้าน RevPar เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4,500-4,800 บาท จากปีก่อน 4,101 บาท โรงแรมที่พัทยากลับมาเปิดเต็มปีหลังการ renovate โรงแรมในญี่ปุ่น Osaka มี world expo 2025

ส่วนธุรกิจอาหาร SSSG ขยายตัว 3-5% ด้านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมวางแผนการเติบโตของร้าน Shinkanzen ขยายอีก 15 สาขาในปี 68 รวมถึงร้านนักล่าหมูกระทะและ Katsu Modori ที่เติบโตได้ดี พร้อมมีแผน M&A เพิ่มอีก ทั้งนี้ตลาดประเมินกำไรปี 68-69 ที่ 1.87 พันล้านบาท (+7%YoY) และ 2.7 พันล้านบาท (+16%YoY)

หุ้น BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q67 อยู่ที่ 4,333 ล้านบาท (+9.64%YoY, +2.04%QoQ) หนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ(รวม +10% นำโดยการ์ตา +56%YoY/ จีน +34%YoY/USA +29%YoY) ทั้งนี้ ด้านU-rateIPD ของ4Q67แม้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ62% แต่ยังคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดีประจวบกับรายได้อื่นที่สูงขึ้นจาก Mövenpick BDMS Wellness Resort และมี Tax Credit ส่งผลให้ GPM และNPM สูงขึ้น YoY QoQ ส่วน 1Q68 แม้มีปัจจัยกดดันจาก 1.ประกันรูปแบบ Co-pay ในเดือน มี.ค.68และ 2.รอมฎอนในช่วง 28ก.พ.-29มี.ค.68

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการดำเนินงานจะยังสามารถอยู่ในเกณฑ์ดีได้จากร.พ.ในต่างจังหวัดที่ทำได้ดีในช่วงปี67 ที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่1ม.ค.-15ก.พ.68 มีจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้น +97%YoY อยู่ที่ราว 1.4 แสนราย

 
 
———————————————————————————————————————————————————–