ศก.ปีนี้โตแค่ 4.2% ปีหน้าไม่เกิน 4.5% เตือนธุรกิจรับมือปัจจัยเสี่ยง

ศก.ปีนี้โตแค่ 4.2% ปีหน้าไม่เกิน 4.5% เตือนธุรกิจรับมือปัจจัยเสี่ยง

แห่ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้โตเพียง 4.2-4.3% สภาพัฒน์ให้เป้าปีหน้า 3.5-4.5% ตลาดผิดหวังไตรมาส 3 ชะลอลงแรงเหลือ 3.3% เครื่องยนต์ในประเทศทำงานดีขึ้น กำลังซื้อ-การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัว ธปท.สกิดเผชิญความไม่แน่นอนสูง ค่ายกสิกรไทย เตือนภาคธุรกิจเจอดอกเบี้ยบาน ค่าเงินผันผวน ราคาน้ำมันขาขึ้น ด้านตลาดหุ้นบวก 1จุด วอลุ่มบางเฉียบ

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3/2561 ขยายตัว 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่เติบโตถึง 4.6% ซึ่งเป็นไปตามอุปสงค์ต่างประเทศ ส่งผลให้ปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้โตเพียง 4.2% หรืออยู่ที่กรอบล่างของคาดการณ์เดิมที่ 4.2-4.7% หลังปรับลดเป้าส่งออกทั้งปีขยายตัวเพียง 7.2% ไม่ถึง10% อย่างที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ ส่วนการนำเข้าจะเติบโต 16.2% จากเดิมคาดไว้ที่ 15.4%

“9 เดือนเศรษฐกิจขยายตัว 4.3% การบริโภคภาคเอกชนเร่งตัวขึ้นจาก 4.5% เพิ่มเป็น 5% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 22 ไตรมาส รวมถึงการเร่งตัวของการลงทุนด้วย แต่การลงทุนภาครัฐขยายตัว 4.2% น้อยกว่าไตรมาสก่อนที่ 4.9% โดยเฉพาะภาครัฐเติบโตเพียง 0.7%”สภาพัฒน์ ระบุ

สภาพัฒน์ยังคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2562 จะเติบโตในกรอบ 3.5-4.5% การส่งออกน่าจะขยายตัว 4.6% และนำเข้าจะเติบโตราว 6.5% การบริโภคเอกชนโต 4.2%การลงทุนรวม โต 5.1% เงินเฟ้อเฉลี่ย 0.7-1.7%

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ภาพรวม การลงทุนภาครัฐและการทุนภาคเอกชนดีขึ้น การท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัว

” ทั้งปีนี้ได้ 4% ก็พอใจแล้ว ประเด็นอยู่ที่ไตรมาส 4 ส่งออกต้องได้ ท่องเที่ยวต้องฟื้นให้ได้ ใช้จ่ายภาครัฐต้องเป็นตามเป้า ความเชื่อมั่นต้องมี ” นายสมคิด กล่าว

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะกลับมาขยายตัวสูงกว่าในไตรมาส 3 ที่มีผลของปัจจัยชั่วคราว ขณะที่การบริโภค การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นต่อเนื่อง ช่วยลดทอนผลกระทบจากการลดลงอุปสงค์ต่างประเทศได้ส่วนหนึ่ง

นายดอน กล่าวว่า เศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด อาทิ นโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้าที่ชัดเจนขึ้น

ทางด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 4.2% จาก 4.5% ในประมาณการครั้งก่อน การส่งออกยังมีโอกาสขยายตัวได้ตามการค้าโลกที่ยังเติบโต ทั้งนี้ การส่งออกของหลายประเทศในเอเชียในเดือนต.ค.มีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ เวียดนาม และสิงคโปร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การค้าโลกอาจไม่ได้อยู่ในระดับสูงเหมือนในช่วงครึ่งปีแรก

ด้านการท่องเที่ยวคาดว่าจะเห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 เป็นต้นไป หลังภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนและนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เข้ามามากขึ้น

“ในไตรมาส 3 ภาคเอกชนมีการเร่งลงทุนมากขึ้นแม้การส่งออกจะชะลอตัวลงชัดเจน ซึ่งน่าจะมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศนอกจากที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกได้ โดยเฉพาะส่วนที่ได้อานิสงส์จากเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมของภาครัฐ โครงการอีอีซี และธุรกิจที่น่าจะลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เช่น ธุรกิจอสังหาฯ การก่อสร้าง เป็นต้น”ธนาคารไทยพาณิชย์ระบุ

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเศรษฐกิจไตรมาส 4 ฟื้นกลับมาโตไม่ต่ำกว่า 4 % หนุนทั้งปีโตอย่างน้อย 4.3% กรอบล่างของประมาณการที่ 4.3-4.8%ส่วนแนวโน้มในปี 2562ภาคธุรกิจยังมีความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่จะเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยขาขึ้น ความผันผวนจากเรื่องค่าเงินจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ความเปราะบางของเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันที่อาจจะกลับมาเร่งตัวขึ้น

ทางด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 19 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์บวกลบแคบๆ สุดท้ายปิดที่ 1,636.48 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 29,913 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 470 ล้านบาท

ภาพการลงทุนโดยรวม มีแรงขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น KBANK ติดลบ 2 บาทปิดที่ 196.50 บาท BBL ร่วง 4 บาทปิดที่ 206 บาท และSCB ติดลบ 1.50 บาทปิดที่ 136.50 บาท ขณะที่มีแรงซื้อหุ้น ADVANC เข้ามา สนับสนุนให้ราคาบวก 4 บาทหรือ 2.27% ปิดที่ 180.50 บาท ส่วนหุ้นพลังงานราคาทรงตัว หรือลดลงเล็กน้อย สวนทางการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพิ่มขึ้น