ก.ล.ต.เฮียริ่งเกณฑ์กองทุนรวม 5 เรื่องให้เหมาะสมปฏิบัติได้จริง

ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกณฑ์กองทุนรวม 5 เรื่อง เกี่ยวกับการลงทุนของกองทุน การจัดการกองทุนรวม ข้อจำกัดการถือหน่วยลงทุน การชำระบัญชีของกองทุนรวม และส่งเสริมให้กองทุนรวมตลาดเงินเป็นทางเลือกพักเงิน ใช้บังคับประมาณม.ค.62 เป็นต้นไป

สำนักงานคณกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นำแนวทางการปฏิรูปหลักเกณฑ์มาประยุกต์ใช้กับการทบทวนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกองทุนรวม ให้สมเหตุสมผล ปฏิบัติได้จริง และไม่เป็นภาระกับบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นของเกณฑ์กับการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม รวมทั้งให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้กองทุนรวมตลาดเงินเพื่อบริหารสภาพคล่องและพักเงินระยะสั้น นอกจากการฝากเงินกับธนาคาร

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้สำรวจความคิดเห็นและทำงานร่วมกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ บลจ. ทุกแห่ง และนำข้อสังเกตที่ได้รับมาปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจและประโยชน์ของผู้ลงทุน แล้วจึงปรับปรุงร่างประกาศในเรื่องสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ (1) ร่างประกาศเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุน (2) ร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดการกองทุนรวม (3) ร่างประกาศเกี่ยวกับข้อจำกัดการถือหน่วยลงทุน (4) ร่างประกาศเกี่ยวกับการชำระบัญชี และ (5) ร่างประกาศเกี่ยวกับการส่งเสริมให้กองทุนรวมตลาดเงินเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับประชาชนในการพักเงิน

สำหรับรายละเอียดของร่างประกาศจะครอบคลุมเรื่องสำคัญ เช่น การเพิ่มประเภททรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ การกำหนดให้ บลจ. เปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และการผ่อนผันข้อจำกัดในการถือหน่วยลงทุนเกิน 1 ใน 3 หากเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด รวมถึงการปรับปรุงแนวทางการชำระบัญชีกองทุนรวมเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมตลาดเงินที่กำหนดราคาหน่วยลงทุนคงที่ และยกเว้นการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนของผู้ลงทุนหากผู้ประกอบธุรกิจเสนอขายกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งมีความเสี่ยงต่ำเพียงประเภทเดียว เป็นต้น

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/hearing ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นในร่างประกาศได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2033-9938 หรือ 0-2263-6031 หรือทาง e-mail ที่ [email protected] หรือ[email protected] ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2561